สรุป AMA กับ Band Protocol โปรเจคแรกของไทยที่กำลังจะ IEO บน Binance กับ Bitcoin Addict เมื่อคืนที่ผ่านมา

อังคาร, 10 กันยายน 201910 กันยายน
640

เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ห้อง Telegram ของ Bitcoin addict มีการจัด AMA หรือการถาม – ตอบกับทาง CEO , CTO ของ Band Protocol ซึ่งเป็นโครงการบล็อคเชนรายแรกของไทยที่กำลังจะได้ IEO กับทาง Binance เว็บเทรดอันดับ 1 ของโลก บทความนี้จะเป็นการสรุปคำถามสำคัญๆนะครับ

Q: รบกวนแนะนำตัวคร่าวๆก่อนเลยละกันครับ ให้ทุกคนในนี้รู้จักก่อนนะครับ
Soravis S : ผม สรวิศ นะครับ ชื่อเล่นชื่อแมน เป็น CEO ของ Band Protocol นะครับ background ก็เรียนวิศวะคอมปริญญาตรี และเรียนบริหารปริญญาโท ทั้งคู่ที่มหาลัย Stanford ก่อนเข้าวงการก็ทำงานเป็นที่ปรึกษาอยู่ BCG ประมาณ 2 ปีครับ
Sorawit : สวัสดีครับ ผมสรวิทย์นะครับ หรือสวิส เป็น CTO ของ project ดูแลด้าน technical ก่อนหน้ามาทำ Band Protocol ผมทำงานเป็น engineer ในบริษัท startup ใน sillicon valley ครับ dropbox, quora, etc. ก่อนหน้านั้นไปอีกก็จบตรี + โทด้าน com sci จาก MIT ครับ

Soravis S : ก็ขอเท้าความก่อนนะครับ ว่า ปัจจุบัน ethereum และ blockchain ต่างๆ สามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า smart contract / decentralized applications ที่ไม่มีคนกลางมาคุมใช่มั้ยครับ ซึ่งมันเป้น concept ที่ค่อนข้างเจ๋งมาก เช่นสามารถสร้างระบบกุ้ยืมเงิน หรือ สร้างเว็ปพนันที่ไม่มีคนกลางได้ ไม่มีคนเก็บ spread แต่ปัญหาคือ smart contract พวกนี้มันไม่ฉลาดครับ เป้นแค่โค้ด มันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกความเป็นจริงบ้าง เช่น ผลบอล หรือ ราคาของ stock / crypto ทำให้ยากมากๆที่จะสร้าง dapp ขึ้นมา

Band protocol เข้ามาทำหน้าที่นี้ในการเชื่อมต่อข้อมูลในโลกความจริงเข้ามาใน blockchain ให้คนสามารถนำมาใช้งานได้ง่ายขึ้นครับ

ซึ่งถ้าไม่มีใครทำหน้าที่นี้แล้ว dapps แต่ละอันต้องมาทำกันเองเนี้ย ค่อนข้างยากมากเลยครับ ที่จะสร้าง dapps อันนึงขึ้นมาได้ปัจจุบันคู่แข่งก็มีหลักๆคือ Chainlink ละก็ที่พวก project อย่าง Maker และ Compound สร้างขึ้นมาเองครับ

Q: Band Token กับ Dataset Token ต่างกันอย่างไรครับ ทำไมต้องมี Dataset Token ให้ดูยุ่งยากซับซ้อนขึ้นมาอีกตัวนึงครับ หรือว่ามีอะไรพิเศษเลยต้องสร้างขึ้นมาให้แตกต่างเฉพาะงาน
Sorawit : Band token คือ token หลักของระบบครับมี use case หลักๆ สองอย่าง อย่างแรกคือใช้ vote governance และอีกอย่างคือในการ collateral เพื่อออก dataset token ครับ dataset token ก็เหมือน token ที่ใช้แต่ละสังคม เช่น token ที่ไว้ใช้ดูแล price feed ก้จะมีของมันเอง dataset token ที่ใช้เพื่อทำงานเลือก และดูแล data provider และได้รับรายได้ส่วนแบ่งจากการทำงาน เหตุผลที่ต้องแยก token เพราะเราอยากให้มูลค่าของ token สัมพันกับคุณภาพ data ครับ นึกภาพว่าถ้ามี token เดียว เกิด data อันนึงแย่ ก็ไม่ได้ส่งผลกับราคามากนัก พอเราแยก token, skin in the game ก็จะมากขึ้น เพราะถ้าทำตัวแย่ ราคา dataset token ตกแน่นอน

ส่วน band token ก็เป็นเหมือนศูนย์รวมมูลค่าของทุก dataset token เพราะต้องใช้ band ในการสร้าง dataset token

Soravis S : ข้อแตกต่างง่ายๆเลยระหว่าง Maker/Compound กับเราก็คือสองอันนั้น focus เรื่องของ crypto price เป็นหลักเนื่องจากใช้งานในของมันครับ ในขณะที่ของเรากว้างกว่าและต้องการนำข้อมูลหลากหลายแบบเข้ามาใช้งานมากกว่าแค่ crypto price ที่สำคัญกว่าคือ Chainlinkขอแตกต่างของเรากับ chainlink ก็ค่อนข้างชัดเจนครับ Chainlink เนี้ยทำตัวเหมือนเป็นคนหาคำตอบให้ครับ ถ้าอยากรู้อะไร ถาม chainlink แล้ว chainlink ก็จะไปถาม nodes และกลับมาด้วยคำตอบ ข้อดีคือมันก็ flexible อยากถามอะไรถาม เหมือนอับดุล

แต่ของเราต่างกัน เราเห็นว่ามันมี common use case เช่นราคา stock หรือผลบอลใช่มั้ยครับ เราก็จะมี node ที่เป็น data providers คอยทำหน้าที่ในการใส่ข้อมุลเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้มีข้อมูลอยู่บน blockchain อยู่แล้ว ที่นี้ก็ง่ายขึ้นครับ ใครอยากใช้ข้อมูลเหล่านี้ก็แค่จ่ายและใช้ได้เลย ข้อดีคือมันเร็วกว่ามาก ถูกกว่ามาก และใช้ง่ายกว่ามาก เพราะข้อมูลมีพร้อมแล้ว ข้อเสียคือไม่ flexible เท่า

Q: ไอเดียนี้ เกิดขึ้นมาได้ยังไงครับ ทำๆ ไปแล้วมันติด ก็เลยปิ้งไอเดียนี้ขึ้นมา หรือว่า design ไว้แบบนี้ตัั้งแต่แรกครับ
Sorawit : ไอเดียนี้มีมานานแล้วครับ ตั้งแต่ประมาณปี 2017 เรามาประยุกต์ใช้เพราะคิดว่ามีประโยชน์และทำให้ระบบแข็งแกร่งขึ้นครับ https://medium.com/@simondlr/tokens-2-0-curved-token-bonding-in-curation-markets-1764a2e0bee5

Q: เท่าที่ทราบมา โปรเจคนี้จะคล้ายกับ Chainlink อยากทราบถึงข้อแตกต่างระหว่างสองโปรเจคครับ หรือทั้งสองโปรเจคเหมือนกันแต่เป็นทางเลือกของ Dapps ต่างๆ และเหตุใดผู้ใช้งานจึงเลือกใช้ Band Protocol แทนที่จะไปใช้ Chainlink แทนครับเพราะโปรเจคนั้นเค้าเกิดก่อนและมีพาร์ทเนอร์ใหญ่ๆหลายบริษัท
Soravis S : ถูกกว่า เร็วกว่า ใช้งานง่ายกว่าครับ จริงๆถ้าดู chainlink ตอนนี้ก็ยังแทบไม่มีผู้ใช้งานเลยนะครับ เป็น chainlink query หาตัวเองมากกว่า เพราะฉะนั้นมีโอกาสง่ายมากครับที่จะแซง อีกอย่างคือเราเน้นตลาด asia มีพาร์ทเนอร์อยากเริ่มใช้งาน ในขณะที่ chainlink ก็จะเน้นอเมริกามากกว่า
3. อุปสรรคจริงๆคือสองเรื่องครับ 1 สร้าง community ของทั้ง data provider และ dApps ที่จะใช้งาน ซึ่งวิธีแก้เราก็มี token ที่เก็บไว้สำหรับช่วย สองฝั่งนี้มาใช้งานเราได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียตังในช่วงแรกครับ ส่วนเรื่องที่ 2 ก็หลักๆ industry risk ถ้าเกิด blockchain / dapps ไม่มี use case ก็แน่นอนครับไม่มีใครใช้ data แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี้คือ risk ของทุก project ครับ

Q: ถามเรื่อง value ของ band protocol ครับ การlinkข้อมูล เข้า smart contact ใช้ band protocol คล้ายๆfee ใช่ไหมครับ —แล้วแบบนี้จะเกิด value ได้ไหม ถ้าไม่มีใครอยากจ่าย fee แพง
Soravis S : fee ไม่จำเป็นต้องแพงครับ fee ถูก คนใช้เยอะ ก็ทำให้เกิด fee ทั้งระบบเยอะได้ ซึ่งมันจะถูกแจกให้ data provider และก็คนที่ stake แทนที่ data providers เหล่านี้ครับ ถ้ามีเยอะขึ้น คนจะ value เหรียญมากขึ้น คล้ายๆกับ discounted cash flow เลยครับ

Q: สามารถดึงข้อมูลตรงๆจาก api อะไรแบบนี้เลยได้ไหมครับ ?
Soravis S : ได้ครับ มี data provider ที่ทำตัวเป็น web crawler ช่วยดึงข้อมูลได้เลยครับ

Q: คนธรรมดาอย่างพวกเราสามารถเป็น Data Provider ข้อมูลเฉพาะเป็นเรื่องๆได้หรือไม่ครับ หรือต้องทำการ Stake เหรียญจำนวนมาก มีขั้นต่ำในการ Hold หรือไม่ และหน้าที่ต้องทำอะไรบ้างครับ สร้างเว็บ Input ข้อมูลเข้าไปเหรอครับ
Soravis S : คนธรรมดายากครับ เพราะว่า data provider มักจะต้องเป็น trusted party ครับ คนธรรมดาช่วย stake / vote ให้กับ trusted data provider และ earn fee ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่นคนที่ให้ราคา eth ก็ควรจะเป็น entity เช่น binance, upbit, coinmarketcap, bloomberg คนที่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว ทำให้เค้าโกงยากขึ้น เพราะมีชื่อเสียงเป็นเดิมพันด้วย ไม่ใช่แค่เงิน

Q: ถ้ามีdata setที่ผิดพลาดเข้าระบบจะมีการแก้ไขยังไง เพราะใช้community ตัดสิน ไม่ได้แปลว่าข้อมูลจะถูกเสมอไป
Soravis S : ยากมากครับที่จะผิดพลาดเพราะเรา design ระบบให้แพงมากๆถ้าคิดจะโกง ทำให้ไม่มีทางคุ้มครับ การที่จะโกงไดเ้ต้องมี data provider เกินครึ่งในการให้ข้อมุลผิดครับ เพราะเราใช้ median สำหรับตัวเลข หรือว่าใช้ majority สำหรับข้อมูลแบบ string ถ้าเกิด 51% attack จริง ราคาเหรียญของพวก data providers แทบเป็นศูนย์ และยังรวมถึงชื่อเสียงด้วย เพราะฉะนั้นค่อนข้างยากมากครับ ที่จะเกิดขึ้น

Q: ถ้าตัวนี้ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อมูลในปัจจุบัน มีโครงการจะทำข้อมูลในอดีต หรืออนาคตไหมครับ
Soravis S : ข้อมุลในอนาคตนี้จะกลายเป็นหมอดูละครับน่าจะยาก ข้อมูลในอดีตน่าสนใจครับ เราคุยในเรื่องเช่น ข้อมูล trade history อะไรพวกนี้ สำหรับ Set Protocol และการใช้งานอื่นๆ

Q: ถามตรงๆ CZ แสดงความเห็นยังไงกับโปรเจคนี้ครับ เช่น ตื่นเต้นสุดๆ ที่ได้เห็นโปรเจคแบบนี้ หรือว่า ก็งั้นๆ ระดับเดียวกับ BTT ของ Justin

Q: หลังจาก mainnet เสร็จแล้ว จะทำอะไรต่อครับ จะหยุดอยู่แค่ตรงนี้เพื่อดูเสียงตอบรับ หรือจะเน้น marketing หรือจะเพิ่ม features ใหม่ๆ อะไรลงไปใน protocol หรือจะเน้นทำ optimize ระบบให้ดีขึ้นไปจนกว่าจะพอใจ (ตาม nature ของเด็กเหรียญทองโอลิมปิค ^_^ ) หรือว่า มีแผนที่จะทำ dapps สนุกๆ มีประโยชน์ของทีมงานขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจครับ เพราะผมเชื่อว่าทีมงานน่าจะมีไอเดียบรรเจิดมากมาย คงไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้แน่นอน
Soravis S : มีอีกเยอะมากครับ เรามี product ที่สร้างบนเราพร้อมแล้ว เตรียมปล่อยทดลองใช้งาน จะมีพวก defi อีกเยอะจาก partner เราที่จะปล่อยมาใช้งานครับ แน่นอนครับนอกจาก adoption เราก็ต้องปรับปรุงด้าน protocol ด้วยก็จะมีทีมด้านนั้นที่ดูเกี่ยวกับ chain อื่นๆ และทำยังไงให้เราอยู่บนทุก blockchain ได้ครับ

Q: แล้วจะรู้ว่าdata provider ให้ข้อมูลผิดได้อย่างไร ในเมื่อให้เค้าเป็นคนตรวจสอบข้อมูล หรือให้เค้าตรวจสอบกันเอง? หรือ มีคนกลางคอยตรวจสอบซ้ำอีกรอบ
Soravis S : ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วตรวจง่ายครับ เป้น public info เช่น ราคา eth ปัจจุบัน หรือราคา facebook stock ถ้ามีคนให้ข้อมูลผิดจะรู้ทันทีครับ จริงๆก็คล้ายๆกับการที่ให้ miner verify transaction ครับ ตรวจง่ายว่ามีการโกงหรือเปล่า

ถ้าเป็นพวก subjective data แบบใน coinhatcher ตอนนี้เราเน้นน้อยลงครับ แต่ว่าวิธีการคร่าวๆลองติดตามอ่านจาก https://medium.com/@ilovebagels/token-curated-registries-1-0-61a232f8dac7 ดูนะครับ พอดีเราเน้นน้อยลงและอธิบายค่อนข้างนานครับ

Q: แล้วทุนการพัฒนาเอามาจากไหนครับ
Soravis S : เราระดบทุนสองรอบที่แล้วรวมกัน ประมาณ 150 ล้านบาทครับ และกำลังระดมเพิ่มผ่านทาง binance ครับ

Q: เร็วๆนี้จะมีงาน Meetup แจก Airdrop เป็นเหรียญ Band มั้ยครับ?
Soravis S : มีแน่นอนครับ คอยติดตามใน telegram หลักเราด้วยนะครับ @bandprotocol

Q: ถ้าผมจะพัฒนา dapp เล่นเอง เข้าไปในหน้าของ developer ทำตามขั้นตอน 1 2 3 ที่เขียนไว้ ก็สามารถสร้าง dapp ง่ายๆ มาทดลองใช้ได้เลยใช่ไหมครับ (แบบพอเห็นภาพว่า อะไรเป็นอะไรอย่างไร) โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออะไรมา install เป็นพิเศษ มีเพียง ubuntu ก็พอ
Soravis S : ถูกต้องเลยครับ ง่ายๆมากครับ ทำตาม tutorial ได้เลยครับ

Q: ทำไมต้อง Oracle ครับ
Soravis S : ก็สำหรับเราแล้ว ถ้าไม่มี oracle ดีๆ ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่จะสร้าง dapps ได้ง่ายๆ ปัจจุบันมีแต่คนแข่งกันที่ layer 1 เต็มไปหมด โดยไม่มีใครสร้าง app ดีๆมาเลย เราจึงคิดว่าถ้าเราสามารถสร้าง layer 2 data layer ตรงนี้ได้ก็จะมีมูลค่ามหาศาลครับ

Q: data นี่เก็บใน blockchain ตรงๆ จะมีปัญหาเรื่องสิ้นเปลืองและราคาแพงไหมครับ ?
Soravis S : data ที่เรา deal ด้วยค่อนข้างเล็กครับ ปัจจุบันยังไม่เจอปัญหานะครับ ถ้าเป็น use case ที่ใช้เยอะใช้บ่อยส่วนใหญ่ก็จะไม่อยู่บน ETH ไปบน EOS/TRON/Cosmos ซึ่งเราจะก็ตามไปและราคาก็ถูกลงตามการใช้งานเลยครับ

Q: อยากทราบว่าการทำงานสายนี้ ทำงานกันยังไง ทำงานเป็นเวลา มีวันหยุดแบบพนักงานเงินเดือนไหม55 แล้วให้เงินเดือนตัวเองยังไง
Soravis S : เอาง่ายๆเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็อยู่ office กันถึงตีสามทุกคนเลยครับ 55 จริงๆเราให้ flexibility แต่ว่าคนที่อยู่กับเรา รักงาน blockchain ครับ ทุกคนเงินเดือนตามมาตรฐานแต่ทุกคนมี BAND ที่จะ vest อีกสี่ปีครับ ทำให้ทุกคนอยู่กับเรายาวและมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของทุกคนครับ

Q: พวก Developers จะสนใจแต่ด้านเทคโนโลยี มักจะไม่ค่อยสนใจราคาเหรียญ ส่วนนักเทรดก็จะสนใจแต่ราคา ไม่สนใจเทคโนโลยี อยากรู้ว่าจะสมดุล 2 อย่างนี้ยังไง
Soravis S : เราเน้น developer และ usage มากกว่าอยู่แล้วครับ ถ้าส่วนนั้นดีราคาตามมาเองแน่นอนครับ เราไม่สามารถควบคุมราคาได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือทำ product ออกมาให้ดี เน้นการใข้งานครับ

Q: ทำยังไงถึงได้เข้า Binance Launchpad ครับ ทาง Binance สนใจติดต่อมาหรือทาง Band Team ติดต่อไป แล้วพอจะบอกได้หรือไม่ครับว่ามีค่าลิสต์เท่าไร อาจจะนอกเรื่องไปเล็กน้อย ขอสอบถามเป็นความรู้ ถ้าพอจะบอกได้
Soravis S : อันนี้ตอบไม่ได้อะครับ เป็นข้อมูลลับต้องขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมก็เริ่มจากอยู่ในวงการมาสักพักก็จะรู้จักคนในวงการเยอะเพราะมันแคบมากครับ เริ่มลงทุน เริ่มติดดอยมานาน

Q: ทำไมถึงต้องมีคนยอมจ่ายค่าข้อมูลพวกราคาบิตคอย ทั้งๆที่ เค้าดึงจาก trading view เอาก็ได้ฟรีด้วย
Soravis S : ถ้าเป็น centralized app ใช่ครับ แต่ decentralized app ไม่สามารถทำได้ครับ มันเป็นแค่ code ไม่สามารถไปดึงข้อมูลจาก public api ในเว็ปปกติได้เลยครับ

Q: พอจะอธิบายเพิ่มหน่อยได้มั้ยว่าทำไม decentralized appทำไม่ได้ ผมเป็นนักพัฒนาเลยไม่เก็ท
Sorawit : Decentralized app ปกติจะรันในระบบปิดของมันเองครับ หมายถึง state ของมันจะขึ้นอยู่กับ state เก่า และ action เท่านั้น ไม่สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอก จะต้องอาศัยตัวกลางเพื่อ bridge หรือนำ data เข้ามาครับ ในปัจจุบัน จะมีตัวกลางมาคอยทำแบบนั้น แต่ปัญหาคือถ้าคนเหล่านั้นโกง dapp ก้จะได้รับ data ที่ผิดไป Band Protocol จึงเข้ามาแก้ตรงนี้โดยการสร้าง network ของ data providers ที่น่าเชื่อถือครับ

Q: ในฐานะคนไทยคนนึง ผมหวังเป็นอย่างมากอยากให้ Band ประสบผลสำเร็จเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และในฐานะนักลงทุนคริปโตติดดอย ผมก็อยากให้ตลาดมันมียาชูกำลังมาเพิ่มความสดชื่นเยอะๆ มี protocol ดีๆ ออกมาลองรับ dapps ดีๆ แต่ถ้ามองตรงกันข้าม ทีมงานคิดว่า ถ้า Band จะไม่ประสบผลสำเร็จ ปัจจัยอะไรครับที่จะทำให้ Band ไม่ประสบผลสำเร็จ
Soravis S : ผมคิดว่าจะไม่ประสบความสำเร็จก็คือหา dapps มาใช้งานไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อถือครับ ซึ่งส่วนนี้เราก็พยายามเติมเต็มด้วยการออกแบบ protocol ให้ดีโดยทีมที่เก่ง investors ที่มีชื่อเสียงคอยช่วยเหลือเรา และพิสูจน์ตัวเองต่อไปครับ

Q: ผมสนใจทั้งมุมมองของนักลงทุนและมุมมองเรื่อง Economic ของ BAND คำถามที่ผมถาม อาจจะไม่เกี่ยวกับ Dev มาก แต่ผมมั่นใจธุรกิจย่อมมีกำไร ในระยะยาวถึงจะอยู่รอด นอกจากงานส่วน Relay แล้ว End Game สุดท้ายที่ BAND ต้องการจะเป็นคืออะไรครับ มีแผนการทำกำไรในอนาคตไว้บ้างหรือยัง ผู้ที่ซื้อเหรียญตอนนี้ได้ประโยชน์อะไรบ้างครับนอกจากการเก็งกำไร
Soravis S : ปัจจุบันสามารถ stake token เผื่อ vote data providers ได้ครับ และเมื่อมี fee จากการใช้งานในระบบ ส่วนนี้จะถูกแบ่งมาให้คนที่ stake ครับ สามารถคิด value ได้เหมือน discounted cash flow เลยครับ

Q: ถ้า ex ไทย ติดต่อขอ list จะยอมไหมครับ
Soravis S : เราเปิดรับคุยกับทุกเจ้าครับ แต่เราไม่ใช้เงินมั่วๆครับ เจ้าไหนมาพร้อม listing fee ก็บายๆครับ

Q: ขอถามที่ไม่เชิงเกี่ยวกับโปรเจ็คตรงๆหน่อยครับ คือเห็นว่าจะมีพอร์ทไป EOS TRX COSMOS ฯลฯ ด้วย ตามความนิยม ไม่ทราบว่ามันมีความยากในทางเทคนิกอะไรบ้างไหมครับ
Sorawit : ขั้นอยู่กับ blockchain ครับ ถ้าเป็น EVM-based chain เช่น Tron (TRX) ก็จะง่ายหน่อย เพราะ smart contract ของเราสามารถนำไปใช้ได้เลย แต่ถ้าเป็น chain ที่ไม่ support EVM ก็จะต้อง port smart cotnract สำหรับ platform นั้นๆครับ แต่ระบบโดยรวมจะ work เหมือนเดิม

Q: แล้ว token สำหรับ platform ที่พอร์ทไปจะมีการ re-distribute ไหมครับ
Sorawit : ถ้า Band จะไปอยู่ใน blockchain อื่น เราจะทำระบบ cross-chain atomic transfer ด้วยครับ Band ก็จะสามารถไปโผล่บน chain อื่นได้

Q: เท่าที่เข้าใจ (ถ้าผิดขออภัย) โปรเจคนี้เป็นการ curate data จากนอก blockchain (ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็น centralised) เข้ามาใน blockchain เพื่อให้ dApp ใช้งาน โดยต้อง stake เหรียญ แล้วได้รับ fee ตอบแทน คำถามคือ ถ้า data provider เองเปลี่ยนตัวเองมาเป็น decentralised เอง แล้ว connect กับ dApp เลย โดยไม่ผ่าน Band จะเป็นไปได้ไหม และมีผลเสียอะไรไหม และหากมีผลเสียกระทบกับโปรเจค Band จะทำยังไง
Soravis S : ถ้า data provider decentralized ก็ต้องมีคนนำ data มาจากหลายที่เผื่อหาค่า median อีกทีอยู่ดีครับ ถึงจะ decentralized พวก dapp ก็ไม่มีทางใช้เจ้าเดียวครับ มันโดนโกงง่าย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใช้ uniswap สำหรับ price feed ผมสามารถใช้เงินจำนวนนิดเดียว เพิ่มราคา onchain uniswap ง่ายๆเลยครับเพราะ liquidity ต่ำ

Q: ไม่ทราบว่ามี Roadmap ไหมครับ ..? และสามารถแชร์ได้ไหมครับ ?
Soravis S : กำลังจะคลอดออกมาหลัง ieo นะครับ

Q: คนธรรมดาที่ไม่มีความรู้… จะช่วยให้ band prtocol เป็นที่รู้จักหรือมาใช้งานให้มาก.ผมต้องทำอย่างไรครับ.เป็นกำลังใจให้ครับ…
Soravis S : ขอบคุณมากครับ สามารถตามเรา ให้คำแนะนำทางนี้ หรือว่าช่วยทดลอง product ตอนเราปล่อยออกมาจะดีมากเลยครับ อยากได้ feedback มาพัฆนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆครับ

Q: สุดท้ายแล้ว ขอบคุณทั้งสองท่านมากๆนะครับที่ให้เกียรติมาร่วมกิจกรรม AMA กับทาง Bitcoin Addict
Soravis S : ขอบคุณมากครับที่ติดตามและถามคำถามในวันนี้ ยังไงก็ฝากติดตามข่าวสารได้ใน channel หลักเรา @bandprotocol , https://t.me/bandprotocolann และ twitter ด้วยนะครับ twitter.com/bandprotocol. เราต้องการคนช่วยอีกเยอะครับทั้ง marketing, business development, full stack engineers อีกเยอะครับ ถ้ามีคนรู้จัก ชอบทำงานหนัก กับงานยากๆแต่มีความหมาย ก็บอกได้เลยครับ 🙂

หมดแล้วครับกับการ AMA ครั้งนี้ ยังไงก็ขอแสดงความยินดีอีกครั้งสำหรับการได้ลงใน Binance Launchpad และขอให้เป็นโปรเจคที่เชิดหน้าชูตาให้คนไทยในโลก Blockchain นะครับ 🙂

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรุป AMA CEO Blockcloud กับ Bitcoin Addict ที่กำลังจะขาย IEO บน OKEx ในเร็ววันนี้
จันทร์, 08 เมษายน 2019
[Q&A] ถามตอบทุกคำถามกับคุณ ธีระชาติ ก่อตระกูล (คุณ Max) CEO แห่ง StockRadars และ Carboneum ICO สายเลือดคนไทย
ศุกร์, 09 มีนาคม 2018
คู่มือการใช้งาน Binance Launchpad - วิธีการลงทุน
อังคาร, 19 มีนาคม 2019
สรุป LIVE ถาม - ตอบ กับซีอีโอ Binance เรื่อง: มาร์จิ้นเทรด , IEO ตัวต่อไป และ Stablecoin ของตนเอง
พุธ, 08 พฤษภาคม 2019