กองปราบรวบเสี่ยมานะ เจ้าของฉายา ‘พ่อมดคริปโตฯ’ หลอกเหยื่อลงทุน Onecoin เสียหายกว่า 500 ล้านบาท

พฤหัสบดี, 05 กันยายน 201905 กันยายน
4560

รายงานจาก Bangkokbiznews เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม พันตำรวจเอก แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับการ 4 นำกำลังจับกุมตัว นายมานะ จูเมือง เจ้าของฉายา “พ่อมดคริปโตเคอเรนซี่” อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดพิจิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยจับกุมตัวได้ขณะผู้ต้องหากำลังเล่นฟุตบอลกับพวก ที่สนามฟุตบอลย่านพระราม 9 เมื่อค่ำวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา

การจับกุมครั้งนี้ตำรวจตามาสืบมาตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2019 โดยนายมานะ หรือที่เรียกกันว่า พ่อมดคริปโตเคอเรนซี่ ร่วมกับพวกคนไทย 3 คยและชาวเวียดนาม 4 คน รวม 7 คน  ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนทั้งชาวไทย ชาวเวียดนาม เกาหลีใต้ และชาวต่างชาติอื่นๆ ในเอเชียราว 10 ประเทศ ให้ร่วมลงทุนเงินใน Onecoin

โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะอ้างตัวนักเทรดสกุลเงินดิจิทัล โดยนายมานะ จะอ้างตัวเป็น “พ่อมดคริปโตเคอเรนซี่” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเงินดิจิตอลระดับเทพ ก่อนจะเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจร่วมลงทุนสกุลเงินดิจิตอลหลายสกุล โดยอ้างว่าได้กำไรดี โดยลงทุนเงินเพียง 200 วัน จะได้กำไรทันที 400%

กลุ่มผู้ต้องหายังเน้นเชิญชวนชาวบ้านให้ลงทุนในสกุลเงิน Onecoin ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาเตือนสกุล Onecoin ว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการถูกฉ้อโกง โดยอ้างว่า หากสะสมเหรียญ Onecoin ครบก็จะนำไปแลกสินค้าต่างๆได้ เช่น 10,000 Onecoin สามารถแลกทองคำน้ำหนัก 1 บาท หรือ 1,000,000 Onecoin สามารถแลกรถเบ๊นซ์ได้ 1 คัน หรือบางส่วนก็สามารถนำไปแลกบ้านเดี่ยวได้อีกด้วย แถมด้วยปันผลให้อีกส่วนหนึ่ง 

เป็นผลให้มีคนหลงเชื่อ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนหลายพันคนร่วมลงทุนไปรวมเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกก็ได้รับเงินปันผลกลับมาตลอด แต่ระยะหลังๆกลับไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆจากกลุ่มคนร้าย จึงเริ่มเกิดความสงสัยว่าจะถูกหลอก รวมทั้งพยายามติดต่อตามหากลุ่มผู้ต้องหาแต่ก็ไม่พบตัวและติดต่อไม่ได้ จึงรวมตัวกันไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพื้นที่และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้จนมาถูกชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. จับกุมตัวได้ในที่สุด

กลุ่มคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งคนเปิดบัญชี คนเจรจาหลอกลงทุน และคนคุมเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด  ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามคนไทยอีก 2 คนที่เหลือ ส่วนชาวเวียดนามทั้งหมดที่ร่วมขบวนการมีข้อมูลว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วนเงินที่หลอกไปได้ กลุ่มผู้ต้องหาได้นำไปซื้อที่ดินใน จ.พิจิตร ไว้บางส่วน ขณะนี้กำลังเสนอ ผู้บังคับบัญชาให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง. เพื่อตรวจสอบและยึดทรัพย์สินของคนร้ายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉาววงการคริปโต!!! รวบดาราหนุ่มดาวรุ่งข้อหาฟอกเงินมูลค่ากว่า 5,500BTC คาดเอี่ยวเจ้าพ่อตลาดหุ้น (พร้อมสำรวจ DRG Coin)
ศุกร์, 10 สิงหาคม 2018
รัฐบาลไทยเล็งสร้างกระเป๋าคริปโตสำหรับยึดของกลางจากอาชญากรรมคริปโตในประเทศ!!!
เสาร์, 08 กันยายน 2018
ข่าวสั้นมันส์เหตุการณ์ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2018 by Bitcoin Addict Thailad
อาทิตย์, 25 มีนาคม 2018
10 ผู้ทรงอิทธิพลและมีชื่อเสียงของวงการคริปโตเคอเรนซี่ ในประเทศไทย
พฤหัสบดี, 15 สิงหาคม 2019