Bitcoin, เวเนซุเอลา และอนาคตของสกุลเงินดิจิทัล

อังคาร, 01 มกราคม 201901 มกราคม
812

เนื่องด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่า 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ของประเทศเวเนซุเอลา เงินจำนวนมากกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ ทำให้ชาวเวเนซุเอลาต่างพากันลี้ภัยไปอาศัยในเมือง Cúcuta ของประเทศโคลัมเบีย เพื่อหาอาหารมาประทังชีวิตตนเองและครอบครัว โดยมีผู้อพยพไปแล้วกว่า 3 ล้านคนนับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน หรือ 5,500 คนต่อวัน นี่ถือเป็นหนึ่งในวิกฤตการ์ผู้ลี้ภัยที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในขณะที่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่อพยพมาไม่เหลืออะไรและมีสภาพจิตใจที่เปราะบางและหมดหวังกับทุกสิ่ง

ชาวเวเนซุเอลาไม่มีพลังพอที่จะต่อสู้กับระบบอำนาจนิยมที่กัดกินประเทศของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถที่จะออกมารณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เสรีและยุติธรรม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแก้แค้น จึงถูกผู้มีอำนาจในระบอบเผด็จการทำตามอำเภอใจจนเกิดความเสียหายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ชีวิตของชาวเวเนซุเอลานั้นไม่ต่างอะไรจากสิ่งของที่ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล พวกเขาต้องต่อแถวเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อรับสิ่งของจำเป็นและยารักษาโรค บางชีวิตหายไปโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากรัฐบาลเลย

แต่ด้วยนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุยัน ทำให้ชาวเวเนซุเอลาจำนวนมาก หันมาทดลองใช้ Bitcoin เพื่อหลบเลี่ยงภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรงและการควบคุมทางการเงินที่เข้มงวดที่พวกเขาเผชิญอยู่ การเก็งกำไร การฉ้อโกงและความโลภต่าง ๆ จะถูกยับยั้งได้ด้วย Cryptocurrency และ Blockchain จากการประดิษฐ์ของ Satoshi Nakamoto ที่ช่วยให้ผู้คนเป็นอิสระจากรัฐบาลเผด็จการ และ Bitcoin สามามาถเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีมูลค่าในฐานะสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

หลังจากที่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศถูกทำลาย รัฐบาลของเวเนซุเอลาก็ได้ออกกฎหมายบังคับให้ชาวเวเนซุเอลาทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศผ่านธนาคารท้องถิ่น และธนาคารต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการรับและการใช้เงินของบุคคล จากข้อมูลของ Alejandro Machado นักวิจัย cryptocurrency ที่ Open Money Initiative เมื่อมีการโอนเงินจากสกุลเงินดอลลาร์ของอเมริกาไปยังสกุลเงินโบลิวาร์ของเวเนซุเอลา ผ่านธนาคารจากสหรัฐอเมริกาสามารถรับค่าธรรมเนียมได้สูงถึง 56 เปอร์เซ็นต์ และในกระบวนการโอนเงินนี้กินเวลานานหลายสัปดาห์กว่าเงินจะส่งไปถึงปลายทาง เมื่อเร็ว ๆ นี้ธนาคารของเวเนซุเอาลาได้รับแรงกดดันหลาย ๆ ด้านจากรัฐบาล เช่น การไม่ยอมให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของพวกเขาผ่านทาง IP ต่างประเทศ เป็นต้น

เพื่อหลีกเลี่ยงระบบเผด็จการนี้ ชาวเวเนซุเอลาบางคนเริ่มหันไปใช้ Bitcoin โดยการรับโอนจากญาติในต่างประเทศ เพียงส่งข้อความถึงกันเพื่อส่ง Bitcoin และได้รับในไม่กี่นาทีโดยมีค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย การแทรกแซงจากรัฐบาลนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจาก Bitcoin ไม่ได้ถูกส่งผ่านธนาคารหรือบุคคลที่สาม และเงินจะเข้า Wallet ในโทรศัพท์ผ่านระบบ Peer-to-Peer หลังจากนั้นสามารถขาย Bitcoin หรือทำการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินท้องถิ่นที่ต้องการได้ หรือแม้กระทั้งทำการโหลดลงแฟลชไดรฟ์ก็สามารถทำได้เช่นกัน แล้วจึงหนีไปจากเวเนซุเอลา นี่เป็นวิธีที่ได้รับการนิยมที่สุดของผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการเก็บเงินสดเป็นอย่างมาก

ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เวเนซุเอลาเท่านั้น ในประเทศซิมบับเว โรเบิร์ต เกเบรียล มูกาบี อดีตประธานาธิบดีของประเทศซิมบับเวก็ได้ทำการพิมพ์เงินสดแบบไม่จำกัดเช่นกัน และทำให้เงินออมของพลเมืองของประเทศสูงเกินจริง แต่พวกเขาไม่สามารถพิมพ์ Bitcoin ได้ตามใจ ในประเทศจีน สี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน สามารถติดตามธุรกรรมทั้งหมดของพลเมืองใน Alipay และ WePay แต่เขาไม่สามารถควบคุมหรือเฝ้าระวังธุรกรรมจำนวนมากจากการใช้ Bitcoin ได้ทั้งหมด ในรัสเซีย วลาดีมีร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย สามารถติดตามดูองค์กรเอกชนและอาญัติบัญชีของพวกเขาได้ แต่เขาไม่สามารถที่จะอาญัติกระเป๋าเงิน Bitcoin ได้ ในค่ายผู้ลี้ภัยอาจไม่สามารถเข้าถึงธนาคารได้ แต่ตราบใดที่สามารถค้นหาสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ ก็สามารถรับ Bitcoin ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องทำการพิสูจน์ตัวตนต่อรัฐบาลหรือธนาคาร

โดยธรรมชาติเราต้องคำนึงถึงด้านมืดของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ปัญญาชนของประชาชน เช่น ยูวัล โนอาห์ แฮรารี และ อีลอน รีฟ มัสก์ ได้เตือนว่าปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่สามารถก่อให้เกิดทรราชและเผด็จการทั่วโลกได้ ระบอบการปกครองในเวเนซุเอลา อิหร่านและซาอุดิอารเบียกำลังพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงและรวมแนวคิดของ Bitcoin ที่เป็นเงินดิจิทัลแบบ Peer-to-Peer เพื่อสร้าง cryptocurrency ที่สามารถควบคุมได้เหมือนกับสกุลเงิน Petro ขึ้น ซึ่งอาจทำให้พวกเขาเซ็นเซอร์ธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการสำรวจบัญชีผู้ใช้และหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร

แต่เทคโนโลยีการกระจายอำนาจ (decentralize) สามารถสร้างแรงสะท้อนกลับได้ นอกเหนือจาก Bitcoin แล้วยังมีแอพการสื่อสารที่เข้ารหัสและเบราว์เซอร์เช่น Signal และ Tor, การเข้ารหัสลับการรักษาความเป็นส่วนตัวเช่น Zcash และ Monero, อุปกรณ์เครือข่ายเช่น goTenna และระบบจัดเก็บข้อมูลที่ต่อต้านการเซ็นเซอร์เช่น IPFS ด้วยการสร้างและลงทุนในเครื่องมือเหล่านี้ เราสามารถมั่นใจได้ว่าเมือง เครือข่ายสังคมและระบบการเงินของเราจะไม่กลายเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังและควบคุมหรือนำไปใช้ในทางลบ

เงินสดยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในประเทศเสรี เงินกระดาษหรือโลหะสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีการเฝ้าระวังใด ๆ จากรัฐบาล แต่ในเวเนซุเอลาต้องมีการชั่งน้ำหนักเป็นกิโลกรัมแม้ในการทำธุรกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกขโมยหรือยึดได้ และในประเทศจีนและประเทศสวีเดน รัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ กำลังผลักดันไปสู่โลกไร้เงินสด ซึ่งจำเป็นต้องสำรวจเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรักษาคุณภาพแบบ peer-to-peer สำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป เมื่อจ่ายเงินให้ใครบางคนที่มีซอฟต์แวร์อย่าง Venmo อาจใช้ตัวกลางทางการเงินสามหรือสี่คน แม้ว่าผู้รับอาจยืนอยู่ข้างหน้าคุณก็ตาม คนกลางแต่ละคนสามารถตรวจสอบ เปิดเผยและทำกำไรได้ และมนุษย์หลายพันล้านคนที่อาศัยอยู่ภายใต้ระบอบการกดขี่นี้ ไม่อาจรู้ได้เลยว่าซอฟต์แวร์การชำระเงินส่วนใหญ่ในอนาคตจะทำงานได้เหมือนกับ Venmo หรือไม่ ตามที่ นาสซิม นิโคลัส เทเลบ เขียนไว้ว่า Bitcoin เป็น “นโยบายการประกันภัยเพื่ออนาคต”

เพื่อให้แน่ใจว่า Bitcoin ยังคงเป็นเทคโนโลยีใหม่ และไม่ถูกลดความสามารถในการใช้งาน ความเร็วหรือความเป็นส่วนตัวลง ทางด้านนักพัฒนากำลังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อนำคุณสมบัติเหล่านั้นมาใส่ไว้ใน Bitcoin โดยการสร้างแอพ อัพเกรดโปรโตคอลพื้นฐานและสร้างเทคโนโลยี second layer เช่น Lightning Network ซึ่งในที่สุดสามารถปกปิดและขยายจำนวนธุรกรรม Bitcoin ต่อวินาทีได้ ในทำนองเดียวกับที่โทรศัพท์มือถือเริ่มมีราคาแพงไร้สาระ ฟังก์ชั่นแทบจะไม่สามารถใช้งานได้และมีให้เฉพาะกับชนชั้นสูงเท่านั้น แต่ Bitcoin ยังคงพัฒนาต่อไปเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้นในอนาคต

มีประชากรโลกน้อยกว่า 1% หรือไม่เกิน 40 ล้านคนที่เคยใช้ Bitcoin มาก่อน แต่จากข้อมูลของมูลนิธิสิทธิมนุษยชน มีประชากรมากกว่า 50% ของโลกอาศัยอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ หากเราลงทุนเวลาและทรัพยากรในการพัฒนากระเป๋าเงินที่ใช้งานง่าย มี Exchange มากขึ้นและมีอุปกรณ์ศึกษาที่ดีขึ้นเกี่ยวกับ Bitcoin ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพที่จะสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงสำหรับคน 4 พันล้านคนที่ไม่สามารถไว้วางใจในผู้ปกครอง (รัฐบาล) ของพวกเขาหรือผู้ที่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารได้ ด้วยเหตุนี้ Bitcoin อาจจะเป็นทางออกสำหรับเรื่องราวเหล่านี้ก็เป็นได้

ที่มา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเวเนซุเอลาเผยเหรียญ Petro จะสร้างบน ERC-20 ของ Ethereum และจะมีการจำหน่ายเหรียญแบบ Private Presale
เสาร์, 03 กุมภาพันธ์ 2018
ห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในเวเนซุเอลา ได้หันมารับชำระเงินเป็น Crypto แล้ว เพื่อลดผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเงินเฟ้อ
จันทร์, 29 เมษายน 2019
Dash เปิดตัวโปรเจคใหม่ ทำธุรกรรมง่ายขึ้นผ่านข้อความให้กับชาวเวเนซุเอลา
จันทร์, 05 พฤศจิกายน 2018
ธนาคารกลางเวเนซุเอลา กำลังสนใจหันมาถือ Bitcoin และ ETH รายงานจาก Bloomberg
ศุกร์, 27 กันยายน 2019