THB/BTC
-1.40 %
301700.00 บาท
THB/ETH
0.89 %
5801.50 บาท
USD/BNB
0.76 %
20.57 USD
THB/XRP
0.52 %
7.75 บาท
THB/OMG
3.52 %
31.20 บาท
THB/LTC
5.69 %
2135.00 บาท

Bitcoin, เวเนซุเอลา และอนาคตของสกุลเงินดิจิทัล

อังคาร, 01 มกราคม 201901 มกราคม
706

เนื่องด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่า 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ของประเทศเวเนซุเอลา เงินจำนวนมากกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ ทำให้ชาวเวเนซุเอลาต่างพากันลี้ภัยไปอาศัยในเมือง Cúcuta ของประเทศโคลัมเบีย เพื่อหาอาหารมาประทังชีวิตตนเองและครอบครัว โดยมีผู้อพยพไปแล้วกว่า 3 ล้านคนนับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน หรือ 5,500 คนต่อวัน นี่ถือเป็นหนึ่งในวิกฤตการ์ผู้ลี้ภัยที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในขณะที่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่อพยพมาไม่เหลืออะไรและมีสภาพจิตใจที่เปราะบางและหมดหวังกับทุกสิ่ง

ชาวเวเนซุเอลาไม่มีพลังพอที่จะต่อสู้กับระบบอำนาจนิยมที่กัดกินประเทศของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถที่จะออกมารณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เสรีและยุติธรรม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแก้แค้น จึงถูกผู้มีอำนาจในระบอบเผด็จการทำตามอำเภอใจจนเกิดความเสียหายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ชีวิตของชาวเวเนซุเอลานั้นไม่ต่างอะไรจากสิ่งของที่ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล พวกเขาต้องต่อแถวเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อรับสิ่งของจำเป็นและยารักษาโรค บางชีวิตหายไปโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากรัฐบาลเลย

แต่ด้วยนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุยัน ทำให้ชาวเวเนซุเอลาจำนวนมาก หันมาทดลองใช้ Bitcoin เพื่อหลบเลี่ยงภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรงและการควบคุมทางการเงินที่เข้มงวดที่พวกเขาเผชิญอยู่ การเก็งกำไร การฉ้อโกงและความโลภต่าง ๆ จะถูกยับยั้งได้ด้วย Cryptocurrency และ Blockchain จากการประดิษฐ์ของ Satoshi Nakamoto ที่ช่วยให้ผู้คนเป็นอิสระจากรัฐบาลเผด็จการ และ Bitcoin สามามาถเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีมูลค่าในฐานะสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

หลังจากที่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศถูกทำลาย รัฐบาลของเวเนซุเอลาก็ได้ออกกฎหมายบังคับให้ชาวเวเนซุเอลาทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศผ่านธนาคารท้องถิ่น และธนาคารต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการรับและการใช้เงินของบุคคล จากข้อมูลของ Alejandro Machado นักวิจัย cryptocurrency ที่ Open Money Initiative เมื่อมีการโอนเงินจากสกุลเงินดอลลาร์ของอเมริกาไปยังสกุลเงินโบลิวาร์ของเวเนซุเอลา ผ่านธนาคารจากสหรัฐอเมริกาสามารถรับค่าธรรมเนียมได้สูงถึง 56 เปอร์เซ็นต์ และในกระบวนการโอนเงินนี้กินเวลานานหลายสัปดาห์กว่าเงินจะส่งไปถึงปลายทาง เมื่อเร็ว ๆ นี้ธนาคารของเวเนซุเอาลาได้รับแรงกดดันหลาย ๆ ด้านจากรัฐบาล เช่น การไม่ยอมให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของพวกเขาผ่านทาง IP ต่างประเทศ เป็นต้น

เพื่อหลีกเลี่ยงระบบเผด็จการนี้ ชาวเวเนซุเอลาบางคนเริ่มหันไปใช้ Bitcoin โดยการรับโอนจากญาติในต่างประเทศ เพียงส่งข้อความถึงกันเพื่อส่ง Bitcoin และได้รับในไม่กี่นาทีโดยมีค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย การแทรกแซงจากรัฐบาลนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจาก Bitcoin ไม่ได้ถูกส่งผ่านธนาคารหรือบุคคลที่สาม และเงินจะเข้า Wallet ในโทรศัพท์ผ่านระบบ Peer-to-Peer หลังจากนั้นสามารถขาย Bitcoin หรือทำการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินท้องถิ่นที่ต้องการได้ หรือแม้กระทั้งทำการโหลดลงแฟลชไดรฟ์ก็สามารถทำได้เช่นกัน แล้วจึงหนีไปจากเวเนซุเอลา นี่เป็นวิธีที่ได้รับการนิยมที่สุดของผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการเก็บเงินสดเป็นอย่างมาก

ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เวเนซุเอลาเท่านั้น ในประเทศซิมบับเว โรเบิร์ต เกเบรียล มูกาบี อดีตประธานาธิบดีของประเทศซิมบับเวก็ได้ทำการพิมพ์เงินสดแบบไม่จำกัดเช่นกัน และทำให้เงินออมของพลเมืองของประเทศสูงเกินจริง แต่พวกเขาไม่สามารถพิมพ์ Bitcoin ได้ตามใจ ในประเทศจีน สี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน สามารถติดตามธุรกรรมทั้งหมดของพลเมืองใน Alipay และ WePay แต่เขาไม่สามารถควบคุมหรือเฝ้าระวังธุรกรรมจำนวนมากจากการใช้ Bitcoin ได้ทั้งหมด ในรัสเซีย วลาดีมีร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย สามารถติดตามดูองค์กรเอกชนและอาญัติบัญชีของพวกเขาได้ แต่เขาไม่สามารถที่จะอาญัติกระเป๋าเงิน Bitcoin ได้ ในค่ายผู้ลี้ภัยอาจไม่สามารถเข้าถึงธนาคารได้ แต่ตราบใดที่สามารถค้นหาสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ ก็สามารถรับ Bitcoin ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องทำการพิสูจน์ตัวตนต่อรัฐบาลหรือธนาคาร

โดยธรรมชาติเราต้องคำนึงถึงด้านมืดของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ปัญญาชนของประชาชน เช่น ยูวัล โนอาห์ แฮรารี และ อีลอน รีฟ มัสก์ ได้เตือนว่าปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่สามารถก่อให้เกิดทรราชและเผด็จการทั่วโลกได้ ระบอบการปกครองในเวเนซุเอลา อิหร่านและซาอุดิอารเบียกำลังพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงและรวมแนวคิดของ Bitcoin ที่เป็นเงินดิจิทัลแบบ Peer-to-Peer เพื่อสร้าง cryptocurrency ที่สามารถควบคุมได้เหมือนกับสกุลเงิน Petro ขึ้น ซึ่งอาจทำให้พวกเขาเซ็นเซอร์ธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการสำรวจบัญชีผู้ใช้และหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร

แต่เทคโนโลยีการกระจายอำนาจ (decentralize) สามารถสร้างแรงสะท้อนกลับได้ นอกเหนือจาก Bitcoin แล้วยังมีแอพการสื่อสารที่เข้ารหัสและเบราว์เซอร์เช่น Signal และ Tor, การเข้ารหัสลับการรักษาความเป็นส่วนตัวเช่น Zcash และ Monero, อุปกรณ์เครือข่ายเช่น goTenna และระบบจัดเก็บข้อมูลที่ต่อต้านการเซ็นเซอร์เช่น IPFS ด้วยการสร้างและลงทุนในเครื่องมือเหล่านี้ เราสามารถมั่นใจได้ว่าเมือง เครือข่ายสังคมและระบบการเงินของเราจะไม่กลายเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังและควบคุมหรือนำไปใช้ในทางลบ

เงินสดยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในประเทศเสรี เงินกระดาษหรือโลหะสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีการเฝ้าระวังใด ๆ จากรัฐบาล แต่ในเวเนซุเอลาต้องมีการชั่งน้ำหนักเป็นกิโลกรัมแม้ในการทำธุรกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกขโมยหรือยึดได้ และในประเทศจีนและประเทศสวีเดน รัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ กำลังผลักดันไปสู่โลกไร้เงินสด ซึ่งจำเป็นต้องสำรวจเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรักษาคุณภาพแบบ peer-to-peer สำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป เมื่อจ่ายเงินให้ใครบางคนที่มีซอฟต์แวร์อย่าง Venmo อาจใช้ตัวกลางทางการเงินสามหรือสี่คน แม้ว่าผู้รับอาจยืนอยู่ข้างหน้าคุณก็ตาม คนกลางแต่ละคนสามารถตรวจสอบ เปิดเผยและทำกำไรได้ และมนุษย์หลายพันล้านคนที่อาศัยอยู่ภายใต้ระบอบการกดขี่นี้ ไม่อาจรู้ได้เลยว่าซอฟต์แวร์การชำระเงินส่วนใหญ่ในอนาคตจะทำงานได้เหมือนกับ Venmo หรือไม่ ตามที่ นาสซิม นิโคลัส เทเลบ เขียนไว้ว่า Bitcoin เป็น “นโยบายการประกันภัยเพื่ออนาคต”

เพื่อให้แน่ใจว่า Bitcoin ยังคงเป็นเทคโนโลยีใหม่ และไม่ถูกลดความสามารถในการใช้งาน ความเร็วหรือความเป็นส่วนตัวลง ทางด้านนักพัฒนากำลังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อนำคุณสมบัติเหล่านั้นมาใส่ไว้ใน Bitcoin โดยการสร้างแอพ อัพเกรดโปรโตคอลพื้นฐานและสร้างเทคโนโลยี second layer เช่น Lightning Network ซึ่งในที่สุดสามารถปกปิดและขยายจำนวนธุรกรรม Bitcoin ต่อวินาทีได้ ในทำนองเดียวกับที่โทรศัพท์มือถือเริ่มมีราคาแพงไร้สาระ ฟังก์ชั่นแทบจะไม่สามารถใช้งานได้และมีให้เฉพาะกับชนชั้นสูงเท่านั้น แต่ Bitcoin ยังคงพัฒนาต่อไปเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้นในอนาคต

มีประชากรโลกน้อยกว่า 1% หรือไม่เกิน 40 ล้านคนที่เคยใช้ Bitcoin มาก่อน แต่จากข้อมูลของมูลนิธิสิทธิมนุษยชน มีประชากรมากกว่า 50% ของโลกอาศัยอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ หากเราลงทุนเวลาและทรัพยากรในการพัฒนากระเป๋าเงินที่ใช้งานง่าย มี Exchange มากขึ้นและมีอุปกรณ์ศึกษาที่ดีขึ้นเกี่ยวกับ Bitcoin ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพที่จะสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงสำหรับคน 4 พันล้านคนที่ไม่สามารถไว้วางใจในผู้ปกครอง (รัฐบาล) ของพวกเขาหรือผู้ที่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารได้ ด้วยเหตุนี้ Bitcoin อาจจะเป็นทางออกสำหรับเรื่องราวเหล่านี้ก็เป็นได้

ที่มา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเวเนซุเอลาเผยเหรียญ Petro จะสร้างบน ERC-20 ของ Ethereum และจะมีการจำหน่ายเหรียญแบบ Private Presale
เสาร์, 03 กุมภาพันธ์ 2018
ห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในเวเนซุเอลา ได้หันมารับชำระเงินเป็น Crypto แล้ว เพื่อลดผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเงินเฟ้อ
จันทร์, 29 เมษายน 2019
Dash เปิดตัวโปรเจคใหม่ ทำธุรกรรมง่ายขึ้นผ่านข้อความให้กับชาวเวเนซุเอลา
จันทร์, 05 พฤศจิกายน 2018
People's Daily หนังสือพิมพ์อย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน เผยแพร่บทความเกี่ยวกับ Libra ของ Facebook
เสาร์, 29 มิถุนายน 2019