Bitcoin Never Die : เหตุใด BTC จึงถูกมองว่าจะเติบโตในระยะยาว

0
808

ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ cryptocurrency ร่วงลงจากที่เคยทำได้สูงสุดถึง 800 พันล้านดอลล่าร์ เหลือเพียงประมาณ 140 พันล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์หลายคนอ้างว่าสินทรัพย์ crypto นั้นไม่สามารถรักษามูลค่าเอาไว้ได้  ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Dr. Nouriel Roubini ได้คาดการณ์ว่าสกุลเงินดิจิทัลจะหายไปเนื่องจากเขามองว่ามันจะไม่มีการถูกนำไปใช้งานจริง

อย่างไรก็ตามหากลองมองให้ลึกเข้าไปกลับพบว่า crypto นั้นมีการพัฒนาทั้งทางด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยีที่บ่งบอกชัดเจนว่าระบบต่างๆกำลังเริ่มมีการเติบโตและมีการพัฒนา  และอาจมีแนวทางในการยอมรับการใช้งานในอนาคต

สถิติราคา BTC ในอดีต

ในช่วงระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน  2011 ถึง 21 พฤศจิกายน 2011   ราคา bitcoin (BTC) มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 35 ดอลลาร์ และต่ำสุดที่ประมาณ 2 ดอลลาร์  จะเห็นว่ามีเปอร์เซ็นต์ (%) ลดลงประมาณ 94% จากจุดสูงสุด จากนั้นต้องใช้เวลาถึง 19 เดือนในการไปถึงระดับสูงสุดอีกครั้งที่ 260 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2013

และในปีเดียวกันนั่นเองราคา BTC ก็ลดลงมาเหลืออยู่ที่ 45  ดอลลาร์  ลดลง 83% จากจุดสูงสุดคือ 260 ดอลลาร์  และอีกเจ็ดเดือนต่อมา Bitcoin ก็ทำสถิติสูงสุดที่ราคา 1,140 ดอลลาร์ ในช่วงระหว่างเวลาตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2013 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2015  หลังจากนั้นราคา BTC ก็ร่วงลงมาเหลืออยู่ที่ประมาณ 150 ดอลลาร์  ซึ่งลดลง 85% (จากระดับสูงที่ 1,140 ดอลลาร์)

และการทำสถิติสูงสุดที่เคยทำได้คือเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2017 ราคา BTC แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 20,000 ดอลลาร์  แต่หลังจากนั้นมูลค่าของ BTC ก็ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4,130 ดอลลาร์  (ณ ช่วงเวลาที่เขียนบทความ)

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลนี้ในอดีตและในเชิงสถิติพบว่าราคาของ Bitcoin จะมีความสามารถในการเติบโตได้ดีในระยะยาว

การมาของนักลงทุนสถาบันจะส่งให้ BTC ทำสถิติราคาสูงสุดอีกครั้ง

ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Intercontinental Exchange (ICE) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ที่มีมูลค่ากว่า 23 ล้านล้านดอลลาร์ ได้วางแผนที่จะเปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขาย crypto ที่เรียกว่า Bakkt ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม Bakkt ได้เลื่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของตนออกไปเป็นต้นปีหน้า

ในขณะเดียวกัน Fidelity Investments หนึ่งในผู้บริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลกได้นำเสนอตัวเลือกการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเป็นครั้งแรกสำหรับลูกค้ากว่า 27 ล้านราย

สถาบันการเงินรายใหญ่อื่น ๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจ Crypto ได้แก่ Morgan Stanley  ที่มีแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ Crypto เรียกว่า Digital Assets Receipt (DAR) ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯสามารถลงทุนใน Cryptocurrency ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เหล่านี้ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ว่าจะสถาบันต่างๆหรือบริษัทใหญ่ๆต่างๆ เตรียมพร้อมจะลงทุนในธุรกิจ Crypto ทำให้เชื่อได้ว่าราคา Bitcoin จะกลับมาทำสถิติราคาสูงสุดตลอดกาลได้อีกครั้งหนึ่งแน่นอน

 

ที่มา :  LINK

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.