Cardano 101 เจาะลึกคู่แข่งเหรียญยักษ์ใหญ่ที่จะมาพลิกโฉมวงการ Blockchain

จันทร์, 19 พฤศจิกายน 201819 พฤศจิกายน
1500

สวัสดีครับวันนี้แอดณะก็จะมารีวิว Cardano หรือเพื่อนๆอาจจะคุ้นตาในชื่อ ADA นั้นเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นโปรเจคที่ใครหลายๆคนมองว่าจะมาล้มแชมป์อย่าง Ethereum ลงไปได้เลยทีเดียวครับ
โดย Cardano เนี่ยเกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง 3ฝ่าย นั้นก็คือ Emurgo, IOHK, Cardano Foundation ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูกันดีกว่าครับว่าการเจาะลึก Cardano 101 จะเป็นอย่างไร

ที่มาที่ไปของ Cardano

Cardano เป็นโปรเจค Cryptocurrency ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 (ผู้ริเริ่มสร้าง ADA คือนาย Charles Hoskinson อดีตหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Ethereum) ซึ่งเป็น Platform Smart contract โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะนำประโยชน์จากระบบการเงินการธนาคารในประเทศพัฒนาแล้วที่มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูงให้เข้าถึงผู้คนทั่วโลกที่ไม่สามารถได้รับประโยชน์ในด้านนี้ แต่ทว่ารูปแบบ Cryptocurrency ในปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของพวกเค้า ทำให้ทางทีมพัฒนาต้องการจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ Cryptocurrency ในปัจจุบันให้แตกต่างไปจากเดิม เลยต้องใช้นวัตกรรมที่หลากหลายเพื่อให้เกิดความสมดุลและ Ecosystem ที่ยั่งยืนใน Cardano สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้งานทั่วไป
นอกจากนี้ Cardano ยังเป็น Blockchain Platform ตัวแรกที่ผสมผสานการพัฒนาระหว่างปรัชญาทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับแนวทางการวิจัยและยังมีทีมงานนักพัฒนามากความสามารถซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรและการวิจัยระดับโลกที่พร้อมจะพัฒนาโปรเจคให้ประสบความสำเร็จ

เทคโนโลยีของ Cardano

aasq.PNG

จากการศึกษาโมเดลของ Cryptocurrency มากมายหลายตัวที่ผ่านมาของทีมงาน Cardano ทำให้พวกเค้าได้ข้อสรุปว่าถึงแม้เทคโนโลยีอันซับซ้อนที่กล่าวถึงในกระดาษจะออกมาดูดีแต่ก็มักจะแพ้เทคโนโลยีที่เรียบง่ายที่มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต ดังนั้น Cardano จึงได้ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบไม่ซับซ้อนแต่มีความยืดหยุ่นและสามารถใช้งานได้จริงซึ่งประกอบไปด้วย

  • Cardano Settlement Layer (CSL) เป็นเลเยอร์แรกของ Cardano Platform ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Concept ของ Bitcoin โดยใช้สร้างบล็อคและยืนยันธุรกรรมด้วย Ouroboros protocol (เป็น POS รูปแบบหนึ่งที่ทาง Cardano พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา Scalability) ซึ่งเหรียญ Ada จะเป็น Native coin ที่อยู่บนเลเยอร์นี้ แต่ในเลเยอร์นี้จะมีเพียงบันทึกธุรกรรมในด้านบัญชีเท่านั้น และจะแยกในส่วนของสาเหตุ, ข้อมูล, เรื่องราวของการทำธุรกรรมและ Smart contract ออกไปอยู่บน Cardano Computation Layer (CCL)
    เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงต้องแยกออกจากกัน คำตอบมีอยู่ 2ข้อครับ
  • 1. ในโลกของความเป็นจริงสุดท้ายแล้วเรายังมีกฎหมายอยู่และธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายคือต้องรู้ที่มาที่ไปรวมไปถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล เพื่อวัตถุประแสงค์ในการ KYC, AML หรืออื่นๆที่ปลายทางอย่างเช่นธนาคารต้องการรู้เพียงองค์กรเดียว ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว Cardano จึงมีแยกการเก็บข้อเลเยอร์ CCL อีกชั้นหนึ่งที่ไว้เก็บข้อมูล, เรื่องราวของธุรกรรมนั้นตามแต่วัตถุประสงค์ขององค์กรซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้
    2. แต่ทว่าธุรกรรมหลายๆอย่างก็ไม่ต้องการข้อมูลที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เสียทั้งพื้นที่, พลังงานเพื่อมายืนยันรายการนั้นๆแล้วยิ่งมารวมกับธุรกรรมที่ต้องการคำนวณต่างๆที่ใช้ Smart contract ยิ่งจะทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าของระบบตามมา ดังนั้นการแยกธุรกรรมที่มีความซับซ้อนจะช่วยลดปัญหานี้และทำให้ Chain หลักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • นอกจากนี้ Cardano ยังได้พัฒนาภาษาที่ใช้เขียน Smart contract ของตัวเองที่ชื่อว่า Plutus บน CCL สำหรับเพิ่มความปลอดภัยขั้นสูงให้กับ DApp และยังรองรับภาษา Solidity สำหรับ DApp ที่ไม่ได้ต้องการความปลอดภัยขั้นสูง
  • *Cardano ใช้ภาษา Haskell ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่มีความทนทานสูงและความผิดพลาดต่ำ
    **Ada
    มาจากชื่อโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก
  • KMZ Side chain จะเป็น protocol ที่ใช้สำหรับการเคลื่อนย้ายเงินอย่างปลอดภัยจาก CSL ไปยัง CCL อื่นๆหรือ Blockchain อื่นๆที่ใช้ protocol เดียวกันและทำให้หน่วยงานที่กำกับดูแลสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ CSL ได้โดยไม่ต้องมีการแชร์ข้อมูลที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
  • Ouroboros protocol เป็น POS ที่ทาง Cardano ออกแบบขึ้นมาในลักษณะของ Pool เหมาะสำหรับคนงบน้อยสามารถนำเหรียญ Ada เข้าไป Staking กับ Pool อื่นๆได้ ซึ่งใครถือเหรียญ Ada เยอะก็มีโอกาสจะได้เป็นคนยืนยันธุรกรรมเยอะขึ้นและจะได้เงินรางวัลสำหรับค่ายืนยันโดยเจ้าของ Pool หรือเรียกว่า Stake holder จะได้รับส่วนแบ่งมากที่สุดเนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบในการ Online เครื่องคอมพิวเตอร์ในทุกๆครั้งที่ต้องยืนยันธุรกรรม นอกจากนี้ยังมีตัวแปร 2 ตัวที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อป้องกัน Sybill Attack และยังคงความเป็น Decentralized โดยจะขออธิบายขั้นตอนการทำงานคร่าวๆ
    1. เวลาจะถูกแบ่งออกเป็น Epoch และ Slot (1 Epoch = 21,600 slot, 1 Slot = 20วินาที) ซึ่ง 1 Slot เทียบเท่ากับ 1 Block นั้นเอง
    2. Slot Leader จะได้เป็นคนยืนยันในการสร้าง Block และจะได้เงินรางวัลถ้าสร้าง Block สำเร็จ
    3. Slot Leader จะถูกเลือกตั้งมาจาก Stake Holder เพื่อมาเป็น Slot Leader ใน Epoch ถัดไป หมายความว่า ณ Epoch ปัจจุบันจะทำการเลือก Slot Leader สำหรับ Epoch ถัดไป ในระหว่างการสร้าง Block เพื่อให้ Slot Leader กลุ่มถัดไปได้เตรียมตัวที่จะยืนยันใน Epoch ถัดไป
    4. Slot Leader สามารถมอบหมายให้มีตัวแทนจากภายในกลุ่ม Pool ตัวเองเพื่อมายืนยัน Block แทนได้
  • *การจะขอเปิด Pool ต้องใช้เงินค้ำประกันบางส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของ Pool โกงนั้นเอง
    **
    จำนวนรางวัลในการสร้าง Block จะลดลงในทุกปีและมี Ada สำหรับรางวัลอยู่ที่ 14,000,000,000 Ada
  • Multi signature เปรียบเสมือนการเปิดบัญชีร่วมในธนาคารที่ต้องใช้ลายเซ็นทุกคนที่มีชื่ออยู่ในสมุดเพื่อทำการยืนยันธุรกรรม ใน Cardano ก็สามารถตั้งค่าให้ต้องมีการยืนยันจากเจ้าของบัญชีทั้งหมดก่อนถึงจะสามารถทำธุรกรรมได้ ซึ่งถือเป็นฟังค์ชั่นที่คิดมาให้ครอบคลุมการทำงานคล้ายคลึงกับโลกแห่งความเป็นจริง นอกจากนี้ทาง Cardano กำลังพัฒนา QUANTUM RESISTANT SIGNATURES ที่จะมาป้องกัน Quantum computor ในอนาคตอันใกล้
  • Daedalus Wallet เป็นกระเป๋าไว้สำหรับเก็บ Crypto Asset แบบ Open-source อย่างเต็มรูปแบบซึ่งสามารถรองรับได้หลายสกุลเงินและแลกเปลี่ยนไปมาได้อย่างไร้พรมแดน

ความคืบหน้าล่าสุดของ Cardano

  • Daedalus wallet พร้อมใช้งานแล้วสำหรับเก็บเหรียญ Ada ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและกำลังพัฒนาให้รองรับสกุลเงินคริปโตอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งในเร็วๆนี้จะรองรับ Bitcoin และ Ethereum ได้ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นกระเป๋าเงินคริปโตของโลกที่รองรับได้ทุกสกุลเงินคริปโต
  • Project Icarus เป็น Open-source code สำหรับกระเป๋าเงินคริปโตที่ดึงฟังก์ชั่นการทำงานสำคัญๆมาจาก Daedalus wallet และออกแบบออกมาให้พร้อมใช้งานผ่าน Google chrome extension มีความสะดวกรวดเร็วและเหมาะสำหรับให้นักพัฒนานำไปใช้ในแอพของพวกเค้า
    นอกจากนี้ก่อนจะเปิดตัว Project Icarus ทาง Cardano ได้จ้างบริษัท Auditor มาตรวจสอบความปลอดภัยของ Code ใน Icarus เพื่อให้ทุกคนสามารถมั่นใจถึงความปลอดภัยในการใช้งาน
  • Yoroi เป็นกระเป๋าเงินสำหรับ Cardano ที่สร้างขึ้นจาก Icarus มีความปลอดภัยและรวดเร็วซึ่ง Yoroi เป็นผลิตภัณฑ์จากทาง Emurgo โดยมุ่งเน้นที่จะเป็นกระเป๋าเงินพร้อมใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ใช้งาน Cardano
  • ระบบ Staking คาดว่าจะเริ่มใช้งานภายในไตรมาส 2 ปี 2019 ซึ่งจากรีวิวการคำนวณต่างๆ น่าจะมีผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี
  • *ที่ผมชอบอีกอย่างคือการ Update Road map แบบ Real time ซึ่งสามารถเช็คได้ที่ Link

Emurgo ผู้ปลุกปั้นคนสำคัญของ Cardano

เรียกได้ว่าโปรเจคในปัจจุบันต่อให้มีผลิตภัณฑ์ดี Code เทพแค่ไหนแต่ขาดคนที่จะคอยประสานงานการตลาด, หาพันธมิตร คู่ค้าต่างๆให้มาใช้งานก็มีโอกาสรอดยาก แต่ไม่ใช่กับ Cardano เพราะว่าได้ทีม Emurgo ที่รับบทบาทสำคัญเพื่อช่วยส่งเสริม Ecossystem ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา พัฒนา ช่วยเหลือบริษัทต่างๆที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน Cardano Ecosystem รวมถึงการลงทุนในบริษัท Start-up หรือองค์กรที่ต้องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ Cardano เพื่อต่อยอดธุรกิจของพวกเค้า

เรียกได้ว่าน่าจับตามองเลยทีเดียวครับสำหรับ Cardano ซึ่งเป็นโปรเจคที่วางโครงสร้างพื้นฐานไว้อย่างดีทั้งในโครงสร้างขององค์กร, การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ จวบจนกระทั่งการออกแบบให้รองรับกฎหมายต่างๆในอนาคต และยังใช้เวลาแค่เพียงปีเดียวเท่านั้นก็สามารถกลายมาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายขึ้นมาอยู่บน Top 10 ของกระดานซึ่งบอกเลยว่ามีเพียงไม่กี่โปรเจคที่สามารถทำแบบนี้ได้ครับ

เพื่อนๆคนไหนสนใจอยากทำความเข้าใจเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่าน Whitepaper ได้หรือเข้าร่วม Cardano Telegram หรือ Cardano Forum เพื่อซักถามข้อสงสัยได้โดยตรงครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เหรียญ Cardano(ADA) พุ่งทะยาน 145% ภายในวันเดียว หลังจากการโพสของ Charlie Lee
จันทร์, 18 ธันวาคม 2017
ผู้ก่อตั้ง Cardano (ADA) กล่าวว่าตลาด crypto อาจต้องใช้เวลานานถึง 10 ปี เพื่อให้ราคากลับไปสูงสุดเท่ากับปี 2017
ศุกร์, 25 มกราคม 2019
Consensus ของวงการ Blockchain ในอนาคต PoW vs PoS ใครจะอยู่ ใครจะไป!
ศุกร์, 13 กรกฎาคม 2018
[Pre-Reviews] Nexo Token คืออะไร แล้วเหรียญ Nexo มันมีข้อดียังไง? มาไขคำตอบกันที่นี่
จันทร์, 14 พฤษภาคม 2018