การขุด Bitcoin จะทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นได้ถึง 2 องศาเซลเซียสในปี 2033

0
215

การศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร peer-reviewed ในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติ”  พบว่าหาก Bitcoin มีการใช้พลังงานในอัตราที่เป็นอยู่ตอนนี้จะทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นได้ถึง 2 องศาเซลเซียสอย่างเร็วที่สุดคือปี 2033

“Bitcoin เป็น cryptocurrency ที่มีความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ที่หนักหน่วงและเห็นได้ชัดว่ามีความต้องการพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่” Randi Rollins นักศึกษาปริญญาโทจาก University of Hawaii Manoa และเป็นผู้เขียนบทความของวารสารดังกล่าว

ความต้องการไฟฟ้าอย่างมหาศาลของ Bitcoin ได้สร้างความลำบากมากขึ้นทุกขณะ มีการสนทนาทางออนไลน์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องของสถานที่ที่จะเหมาะสมและอำนวยความสะดวกในการทำงานของ Bitcoin  แต่ประเด็นที่พูดถึงกันน้อยมากคือเรื่องของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นตามมา

ทีมนักวิจัยจาก University of Hawaii  Manoa ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจาก–ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้สำหรับขุด Bitcoin–สถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์สำหรับการขุด–การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศเหล่านั้น เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์  นักวิจัยคาดว่าการขุด Bitcoin ในปี 2017 ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเท่ากับ 69 ล้านเมตริกตัน

นักวิจัยพบว่าการปล่อยก๊าซสะสมในปริมาณขนาดนั้นเพียงพอที่จะทำให้ดาวโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่า 2 องศาเซลเซียสในเวลาเพียง 22 ปีเท่านั้น  ถ้ารวมอยู่ในอัตราเฉลี่ยของเทคโนโลยีอื่นๆก็ใกล้เคียงกับ 16 ปี

“เราไม่สามารถคาดเดาอนาคตของ Bitcoin ได้  แต่ถ้ามีการใช้พลังงานในอัตราเท่ากับที่เป็นอยู่ในตอนนี้ มันคงเป็นข่าวร้ายมากๆสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ  รวมถึงมนุษย์และสายพันธุ์ต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากมัน”  นักวิจัยกล่าว

“ความหายนะที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว  มนุษยชาติกำลังจะได้พบกับความจริงที่ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นความจริงและไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป”  นักวิจัยกล่าวเสริมว่า  “เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการพัฒนา cryptocurrencies ไม่ว่าจะเหรียญใดก็ตาม ควรมุ่งเน้นที่จะลดความต้องการไฟฟ้า เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน”

 

ที่มา : LINK

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.