MycreditChain (MCC) – ปฏิวัติวงการ Credit information จากสถาบันทางสังคม สู่ บุคคลด้วย Technology Blockchain Ecosystem (เพิ่มข้อมูลพิเศษ เช่น การทำเงินโดยไม่ต้องลงทุน ,ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลบนโลกออนไลน์ , Bank Killer และอื่นๆ ที่น่าสนใจ)

0
1018

2561-04-06 12.24.58
“ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่มีค่ามากที่สุดที่ใช้ในระบบเศรษฐกิจ เช่น Google, Amazon และ Facebook กำลังทำกำไรได้มากเพียงเพราะพวกเขามีข้อมูลขนาดใหญ่ของบุคคล เพื่อคำนวณความชอบ ,  พฤติกรรม หรืออื่นๆ ของทุกคน และเสนอขายสิ่งเหล่านั้นให้แก่คุณ”

 

“คุณรู้สึกอย่างไร เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ เช่น ซื้อและขายข้อมูลของบุคคล จากหน่วยงานทั่วโลก” 

Main Point

  • Credit = ข้อมูลทุกอย่างที่ทำให้ บุคคล เกิดความน่าเชื่อถือ
  • Verification 2.0**
  • Base of Data Verify*
  • ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในระบบเศรษฐกิจ
  • แก้ปัญหาการผูกขาดข้อมูลส่วนบุคคล จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
  • MCC วางแผนที่จะนำ Credit information กลับคืนมาสู่บุคคลเพื่อให้สามารถควบคุมข้อมูลของตนเองได้อย่างเต็ม
  • สร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมกัน
  • Credit information is Asset.
  • Credit Grows on Relationships
  • Credit is Gold
  • บทความพิเศษเกี่ยวกับ Q&A with Team MCC อยู่ด้านล่าง
  • พลัง Korea
  • Good Advisor : มีจำนวน 24 คน (สถานะทางสังคมของแต่ละคน :  A)***
  • Good Team  
  • Good Project
  • Good Partner
  • มี Yggdrash & ICON เข้ามาดูแล  (เจ๊ Victoria ก็อยู่ในทีมนี้)
  • มีBank ใหญ่ ในเกาหลีใต้ Support  (ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ)

ของฟรีไม่มีในโลก คุณเชื่อคำนี้ไหม ?

          Facebook แอปพริเคชั่นชื่อดัง ที่ให้บริการด้าน Social Media ซึ่งเปิดให้บริการฟรีแก่สาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ  โพสต์รูปภาพ โพสต์คลิปวิดีโอ เขียนบทความหรือบล็อก แชทคุยกันแบบสดๆ เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย

            แต่ในความเป็นจริง การอัพเดทเรื่องราวส่วนบุคคลเข้าไปยังโลกเสมือน เช่น Facebook ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เปลี่ยนจาก Private to Public ทางหน่วยงานต่างๆที่เป็นเจ้าของแอปพริเคชั่นเหล่านั้น ได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมของบุคคลเอาไว้ จากการที่บุคคลได้อัพเดทเรื่องราวต่างๆใน Social Network  

คุณใช้แอปพริเคชั่นเราได้ฟรี แต่มีเงื่อนไขที่คุณไม่รู้ คือ คุณต้องให้ข้อมูลของคุณแก่เรา

               คุณเคยสงสัยหรือไม่ ทำไมเวลาเราสนใจเรื่องการท่องเที่ยว  ในโลกออนไลน์ เรามักจะเห็นโฆษณาเกี่ยวกับ สิ่งที่เราคิด ณ ตอนนั้นทันที  

                 สิ่งนี้ ชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของเราที่เราสนใจในโลกออนไลน์ ถูกรวบรวมเป็น Big Data เพื่อใช้ในประโยชน์อื่นๆ เช่น

 

“ข่าว Facebook หลุดข้อมูลของผู้ใช้ ทำให้ Donald trump ชนะการเลือกตั้ง ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและ Big Data มากยิ่งขึ้น”

 

“Facebook เผยกรณี Cambridge Analytica ข้อมูลผู้ใช้งานหลุดถึง 87 ล้านรายชื่อ ส่งผลให้ Donald Trump ชนะการเลือกตั้ง”

บทวิเคราะห์ : แผนการที่จะทำให้ทรัมป์ชนะโดยใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล

image+(7)

– เริ่มจากการสร้าง Database ซึ่งรวมข้อมูลและ contacts ของผู้สนับสนุนทรัมป์ ข้อมูลมาจาก 1) ฐาน email list ของพรรครีพับริกัน (ประมาณ 7 ล้านคน) 2) เวลาที่ทรัมป์จัดหาเสียงที่ไหน จะเปิดให้คนลงทะเบียนผ่านเว็บ โดยในการลงทะเบียนจะต้องคอนเฟิร์มหนึ่งวันก่อนหน้าผ่านมือถือ (ได้ข้อมูลชื่อ และเบอร์มือถือของผู้สนับสนุน) และ 3) เวลาคนบริจาคเงินให้ทรัมป์ผ่านเว็บไซต์ (ได้ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ บัตรเครดิต ฯลฯ)

– มีการทำโพลทุกสัปดาห์ นำโพลมาวิเคราะห์ผ่านโมเดลวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง, ผลโพลและการวิเคราะห์ทำให้รู้และระบุได้ว่ามีคนอยู่ราว 13.5 ล้านคน ใน 16 รัฐสำคัญ ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาด และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะโหวตให้กับทรัมป์

– ผลโพลช่วยให้รู้ว่าคนพวกนี้อยู่ในพื้นที่ไหน ทรัมป์ต้องไปจัดหาเสียงที่ไหน และต้องโฆษณาให้คนแถวไหนและคนกลุ่มไหน โดยทีมงานเน้นใช้ระบบโฆษณาใน facebook เป็นหลัก โดยมีโปรแกรมลิงค์ชื่อในฐานข้อมูลเข้ากับชื่อ profile ของคนใน facebook ทำให้ได้กลุ่มเป้าหมาย (รวมทั้งใช้ฐานของ facebook ในการขยายฐานถึงคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกันที่อาจเลือกทรัมป์ เช่น คนขาว การศึกษามัธยม ทำงานโรงงาน ฯลฯ) จากนั้นทุ่มเงินซื้อโฆษณา ให้คนพวกนี้เห็นโฆษณาทรัมป์ในหน้า feed ของ facebook

– มีการทดสอบตัวอย่างโฆษณาที่ใช้ใน facebook กว่า 100,000 รูปแบบ ดูว่าแบบไหนคนคลิกเข้าไปดูมากกว่ากัน แบบไหนได้ยอดบริจาคมากกว่ากัน แบบไหนเข้าถึงคนกลุ่มไหน ฯลฯ ด้วยโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล

– ใช้กลยุทธ์ทำลายคู่แข่ง โดยพยายามทำโฆษณาอีกแบบให้เข้าถึงคน 3 กลุ่มที่สนับสนุนฮิลลารี กลุ่มแรกคือ คนอเมริกันหัวก้าวหน้า (ทำให้คนกลุ่มนี้ใน facebook เห็นข้อมูลใน WikiLeaks ที่เกี่ยวกับฮิลลารี่ และข้อมูลว่าทรัมป์ต่อต้าน TPP เหมือนกับแซนเดอร์) กลุ่มที่สองคือ ผู้หญิงคนขาว (ทำให้คนกลุ่มนี้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวของบิล คลินตัน และการที่ฮิลลารี่ข่มขู่ผู้หญิงที่มีเรื่องชู้สาวกับสามีเธอ) และกลุ่มที่สาม คือ กลุ่มคนดำ (ให้เห็นที่ฮิลลารี่เคยพูดว่าคนดำ), คน 3 กลุ่มนี้ ไม่จำเป็นต้องเลือกทรัมป์ ขอแค่เบื่อฮิลลารี่จนนอนหลับอยู่บ้านในวันเลือกตั้งก็พอ

image+(9)

– แล้วถ้าสุดท้ายทรัมป์แพ้  ฐานข้อมูลและระบบที่สร้างนี้ สามารถใช้เป็นฐานในการโปรโมตธุรกิจของทรัมป์ รวมทั้งอาจจะเป็นฐานในการสร้างสื่อ Trump TV, แถมยังสามารถขายข้อมูลให้กับนักการเมืองที่ทรัมป์สนับสนุน หรือใช้สำหรับตัวทรัมป์เองหากยังเล่นการเมืองต่อ, ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถขายฐานข้อมูลนี้ให้กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ด้วย (ราคาของ digital contact lists ในตลาด marketing ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 3- 8 ดอลล่าร์ ต่ออีเมลล์ ดังนั้น ฐานข้อมูลผู้สนับสนุนทรัมป์น่าจะมีมูลค่าประมาณ 36 – 112 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว)

Souce code เพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าว : Business Analytics and Data Science, GSAS, NIDA


 

วันนี้ AdminX จะนำเสนอ Mycreditchain ที่มีความสำคัญต่อบุคคลมากๆ ในเรื่องของการดูแลและจัดการข้อมูลในส่วนของ Credit Information

Screen Shot 2561-04-04 at 18.06.43

MyCreditChain คืออะไร? (What is MyCreditChain?)

          MyCreditChain (MCC) เป็นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเครดิต (Crecit) ส่วนบุคคล โดย MCC จะเข้ามาปฏิวัติกระบวนการทั้งหมดในการรวบรวมและการใช้ข้อมูลเครดิตส่วนบุคคล ซึ่งภายใน Platform ของ MCC บุคคลสามารถดูแล, ปกป้อง , แม้กระทั่งซื้อ – ขาย ข้อมูลให้แก่หน่วยงานต่างๆ ได้ และสามารถประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินได้อีกด้วย เช่น เอาเครดิตไปซื้อสินค้าจากผู้อื่นได้

ข้อมูลเครดิตที่เกี่ยวข้องกับ “บุคคล”  ส่วนใหญ่ บุคคล ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูล แต่ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ใน เซิร์ฟเวอร์ของสถาบันการเงินต่างๆ ส่งผลให้ การให้คะแนน, การให้ความน่าเชื่อถือ เป็นสิทธิ์ของธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวแทน เราที่เป็นเจ้าของข้อมูลไม่มีสิทธิ์ต่อการสร้างความน่าเชื่อถือ  ดังนั้น MCC จึงเข้ามาแก้ปัญหาการผูกขาดนี้

 

การทำงานของ MyCreditChain (How does MyCreditChain work?)

mcc-ecosystem-en1 (1)

ขั้นแรก KYC

         MCC จะมีกระบวนการ KYC ด้วยเทคโนโลยี scraping engine (การก็อปปี้ข้อมูลหรือดึงข้อมูล) เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลความเป็นเจ้าของแต่ละราย ซึ่ง MCC จะดึงข้อมูลมาจาก รัฐบาล , ธนาคาร , หรือหน่วยงานที่มีข้อมูลของบุคคลเหล่านั้น และส่งข้อมูลคืนกลับมายังผู้ใช้งาน

เมื่อบุคคลไม่มี Credit จะทำอย่างไร ?

“มีคนจำนวนมากในโลก ที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินเนื่องจากการขาดเครดิต แต่ MCC จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ (อ่านได้ในขั้นตอนที่ 2)”

ขั้นสอง การได้รับ Token และ Airdrop (อ่านเพิ่มเติมใน Topic : Technical)

1.ได้รับมาจากซื้อ – ขาย

2.ได้รับมาจากการเข้าร่วมชุมชนและทำกิจกรรม

  • การเข้าร่วมเครือข่ายของ MCC : ผู้คนที่เข้าร่วมเครือข่าย MCC จะได้รับ “Seed” ทุกวัน วันละ 3 Seed  ซึ่ง Seed เหล่านี้จะไม่มีค่า เราจเปลี่ยน Seed เป็น Token ได้ ก็ต่อเมื่อเรามีส่วนร่วมในเครือข่ายของ MCC เช่น การอัพเดทข้อมูล , การตรวจสอบและการค้ำประกันข้อมูลแก่บุคคลอื่นๆ  ซึ่ง การมีส่วนร่วมในเครือข่ายของ MCC จะมีการอัพเดททีหลังScreen Shot 2561-04-05 at 18.45.24
  • การให้ข้อมูลเครดิตแก่ธนาคารหรือหน่วยงานต่างๆที่อยากได้

 

ขั้นสาม การเข้าถึงข้อมูลในเครือข่ายของ MCC

           MCC เป็นเครือข่ายการตลาดที่มีทั้งเจ้าของข้อมูลและผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งานข้อมูลเครดิตส่วน โดยผู้บริโภคและผู้ผลิตสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำในเครือข่าย MCC

ขั้นสี่ การนำ MCC ไปใช้งาน

            MCC ที่เปลี่ยนเป็น Token , ผู้ใช้งานสามารถนำ Token เหล่านี้ไปใช้งานกับร้านค้า หรือ หน่วยงานที่รับ MCC ได้โดยตรง ร่วมถึงการใช้งานในรูปแบบ P2P เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลเครดิต,

           กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือและธุรกรรมทางการเงิน หรือใช้ในรูปแบบ วิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของบุคคลผ่าน Credit หรือ (address book, IoT, location information, etc.)

 

ขั้นสุดท้าย

             MCC จะสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งาน โดยอาศัยข้อมูลเครดิตส่วนบุคคล ซึ่งการกระจายตัวของ MCC  จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถมอบของขวัญ (AirDrop)ให้กันและกันและสร้างความสัมพันธ์ ในเครือข่ายของ MCC ซึ่งข้อดีคือ ประชาชนทั่วไปสามารถรู้จัก เครดิตของผู้อื่นได้ก่อนที่จะทำธุรกรรมกัน (เป็นกระบวนการยืนยันตัวตนของบุคคลต่างๆ ผ่านกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ในเครือข่าย)

เป้าหมายของ MyCreditChain

“ระบบเศรษฐกิจในรูปแบบของ Airdrop – Gift – MCC ที่เปลี่ยนมาใช้รูปแบบความเชื่อใจกันของเครือข่าย สามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้”

Screen Shot 2561-04-06 at 10.47.03

img-main-3col-1

1.Credit information is Asset : MCC ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละคนเป็นทรัพย์สินของตัวเอง แต่ละคนสามารถขายข้อมูลของตนและเพิ่มมูลค่าลงใน MCC ได้

 

img-main-3col-2-1

2.Credit Grows on Relationships : โดยปกติเราได้รับ Credit ก็ต่อเมื่อเรามีความมั่นคงทางการเงิน  คนที่มีความมั่งคั่งและมีรายได้สูงคือคนที่มีความน่าเชื่อถือ แต่ MCC มองว่า คนที่มี Credit คือคนที่มีความน่าเชื่อถือจากการปฏิสัมพันธ์ในสังคม ทั้งในระดับจุลภาค คือ ครอบครัว สู่ ระดับมหาภาค คือ สังคมขนาดใหญ่

img-main-3col-3

3.Credit is Gold : การสร้างความสัมพันธ์ของผู้คนใน MCC จะได้รับการประเมินเป็น Token จากโปรแกรม Daily Air Drop ยิ่งคุณสร้างความเชื่อถือภายใน MCC มากเท่าไหร่ คุณก็จะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น

จึงมีคำกล่าวที่ว่า “การสร้างความไว้วางใจเหมือนกับการทำเหมืองแร่ทองคำใน MCC”  ซึ่งข้อมูลของบุคคลต่างๆ ที่อยู่ในระบบ MCC จะถูกรวบรวมโดยเทคโนโลยี Deep Learning / Big Data เพื่อใช้ในการผลิต Value-Adding Marketing Information

การขยายการเติบโตของ Mycreditchain

Screen Shot 2561-04-05 at 18.49.48

           ข้อมูลที่เก็บรวบรวมในแพลตฟอร์ม MCC จะสามารถถูกดึงไปยัง Chain อื่นๆ ผ่านทาง API  เพื่อใช้สำหรับเป็นข้อมูลดิบ เช่น ในการสร้างความน่าเชื่อถือ (Sovrin : เป็น blockchian ที่ทำงานในรูปแบบการ KYC ให้ผู้ใช้งาน แต่ในกระบวนการตรวจสอบ จำเป็นต้องใช้ MCC เพื่อตรวจดู Credit ของผู้ที่ต้องการยืนยันตัวตน)   , ในการวิเคราะห์พฤติกรรม เป็นต้น

 

ข้อมูลเชิง Technical of Mycreditchain

 

P2P Daily Airdrop, a step toward Future Economy

P2P Airdrop daily ของ MCC ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Social Dividends” ของ Charles Eisenstein https://en.wikipedia.org/wiki/Charles_Eisenstein ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนของ token ในระบบ

 

         MCC ใช้ระบบการจ่ายเงินปันผลในรูปแบบ P2P Airdrop รายวัน โดยแต่ละวัน ทุกคนในระบบจะได้ Seed ที่จะมีค่าก็ต่อเมื่อให้คนอื่นเท่านั้น ( อยู่ก้บตัวเองไม่มีค่า ) เมื่อทุกคนต้องให้ซึ่งกันและกันในคนที่คนๆนั้นเชื่อถือ จะเกิด networking effect ที่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตรงนี้มีค่ามหาศาลในการวิเคราะห์ credits ของแต่ละบุคคลใน MCC network

Screen Shot 2561-04-06 at 10.39.22

          P2P Airdrop มีประโยชน์อย่างมากในการ promote และ เพิ่ม liquidity ของโทเค็น token  ซึ่ง Seed ในตัวของมันเองไม่มีค่าใดๆ และจะถูกสร้างจาก

          การแลกเปลี่ยนระหว่างคนที่คุณรู้สึกดีหรือชื่อถือกับใน network ของ MCC บุคคลที่มีความน่าเชื่อถือสูง จะได้รับ tokenโดยอัตโนมัติและได้รับคะแนนที่สูงขึ้นเรื่อยๆตามธรรมชาติ

         อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่สมาชิกไม่กี่คนสามารถตกลงร่วมกันเพื่อหากำไรกันได้ เพื่อลดความอคติในการจัดกลุ่มดังกล่าว MCC จะจัดสรรเมล็ดให้กับโทเค็นด้วย

“ใช้กฎ 10 วัน ซึ่งสามารถสรุปได้ในสูตรต่อไปนี้”

Screen Shot 2561-04-06 at 10.27.33

หรือสรุปโดยย่อคือ ใน 10 วัน จะไม่สามรถรับ seed จากบุคคลเดิมได้ภายใน 10 วัน หรือ ไม่ว่ารับกี่ครั้งก็จะนับแค่ 1 seed

Token confiscation to induce active use of tokens

“ด้วยแรงบันดาลใจจากทฤษฎี ‘negative-interest money” ของ Silvio Gasell”

            MCC จะใช้นโยบายการริบ token จากผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ใช้งาน นโยบายนี้อนุญาตให้มีการริบ token เป็นเปอร์เซ็นต์จากผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ใช้งานระบบ (inactive)

          ตัวอย่างเช่นผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลา 1 เดือนจะถูกรับ 10% ของโทเค็น นโยบายนี้จะมีผลกับผู้เข้าร่วม MCC ทั้งหมด  อย่างไรก็ตาม token ที่ถูกริบจะเกิดขึ้นเฉพาะกับ token ที่ได้มาจากการP2P Airdrop เท่านั้น การทำแบบนี้ จะสามารถเพิ่มการใช้งานในระบบได้อย่างมาก

Stable MCC token and its value potential

ใน MCC network จะมีการใช้นโยบาย P2P Daily Airdrop

Screen Shot 2561-04-06 at 10.33.33

       ใน MCC network จะมีการใช้นโยบาย P2P Daily Airdrop และโทเค็นการเรียกคืน ในเวลาเดียวกันซึ่งเราคาดว่าจำนวนโทเค็นทั้งหมดจะค่อยๆเสถียรขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง เมื่อจำนวนโทเค็นในการหมุนเวียนมาบรรจบกัน ปริมาณ token airdrop P2P ที่จะทำให้เกิดเงินเฟ้อ กับ token การเรียกคืนของ inactive user แจะหักล้างกันเอง ซึ่ง “นโยบายนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเอาชนะความผันผวนที่ค่อนข้างสูงร่วมกันระหว่างสกุลเงิน Crypto และสามารถรับประกันการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพของ MCC”

 

Token Distribution

Screen Shot 2561-04-06 at 10.16.19

ICO Token Price: 1 MCC = 0.0379 USD (0.00010 ETH)

Hardcap : 15m

 

Partner

Screen Shot 2561-04-06 at 10.16.14

Advisor

Screen Shot 2561-04-06 at 10.22.49Screen Shot 2561-04-06 at 10.22.55Screen Shot 2561-04-06 at 10.23.01Screen Shot 2561-04-06 at 10.23.06Screen Shot 2561-04-06 at 10.23.10Screen Shot 2561-04-06 at 10.23.14

Team

Screen Shot 2561-04-06 at 10.30.40

Developer

Screen Shot 2561-04-06 at 10.30.57

Team Marketing

Screen Shot 2561-04-06 at 10.31.08

Road map

Screen Shot 2561-04-06 at 10.16.02

ความแข็งแกร่งของ MCC (Strong Project)

  • Team และ Advisor มีผลงานที่ใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชีย
  • เป็นความรวมมือทั้งในระดับ ภาครัฐ , ธนาคาร ,และหน่วยงานเอกชนในเกาหลีใต้
  • ตัวโครงสร้างของ MCC นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ เพื่อลดปัญหาการเข้าถึงและการใช้ของมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม
  • Innovative network building plans
  • โซลูชัน ของ Blockchain สามารถป้องกันการแฮ็กข้อมูลส่วนบุคคลจากฐานข้อมูลการให้คะแนนเครดิตและให้อำนาจแก่ผู้ใช้ในการเลือกประเภทข้อมูลการให้คะแนนเครดิตที่ธุรกิจต่างๆสามารถตรวจสอบได้
  • เปลี่ยนจาก individual สู่ Social Network
  • MyCreditChain สามารถกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในระดับโลกสำหรับการตรวจสอบความน่าเชื่อถือและวิธีการสร้างความเชื่อถือ
  • Marketplace Credit infomation ซื้อและขาย ข้อมูลด้วยตนเอง
  • เป็น Marketplace Network และ Financial market place ซึ่งเราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกมุมโลก เช่น คุณอยู่ไทย ดอกเบี้ยเงินกู้ 5% แต่คุณสามารถกู้เงินจาก Fintect ที่เกาหลี ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย เพียงแค่ 1.5%
  • คนที่ไม่ได้รับเครดิตสำหรับการทำธุรกรรมต่างๆ ในโลกใบนี้มีจำนวนเยอะมากๆ ทาง MCC สามารถทำให้ผู้คนเหล่านั้นได้รับเครดิต เพื่อใช้ในการดำเนินการต่างๆได้
  • Hardcap 15m ถือว่า ไม่สูงเลย ถ้าเทียบกับ Yggdrash : 45m  , Icx : 45m ,Hycon : 65m
  • สามารถเติบโตได้ เพราะเข้าใจตลาด +++

 

ข้อกังวล

  • เป็นการต่อสู้กันของ อำนาจเก่า (Credit Bureau และ Partner) vs อำนาจใหม่ (People) : หมายถึง การลดทอนอำนาจของทางฝั่ง Credit Bureau เพื่อให้ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้ข้อมูลนั้นกันเองภายในสังคม ข้อเสีย มีโอกาสสูงที่ทาง Credit Bureau จะไม่ยอมรับเทคโนโลยีของ MCC เนื่องจากการสูญเสียผลประโยชน์อันมหาศาล
  • Team ดูเหมือนว่าจะมีความน่าเชื่อถือ แต่ส่วนใหญ่ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับทีมงาน พบได้เฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้เกิดความท้าทายในการด้านตลาด สำหรับชาวตะวันตก (มีโอกาสที่จะไม่ Hype ใน Zone ยุโรป แต่ถ้าเชื่อมั่นใน Yggdrash & Icx ก็ใช้ข้อนี้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวได้)
  • มีข้อกังวลของเรื่อง Partner ซึ่งยังไม่พบการ Meeting หรือ กิจกรรมร่วมกันของ Partner
  • ข้อกังวลสำคัญอยู่ใน Q&A ด้านล่างนี้

ช่วง Q&A with Ceo Mycreditchain (MCC)

โดยส่วนตัว แอดมิน X มีข้อสงสัยและคำถามที่อยากจะถามกับ Ceo เพื่อให้เคลียร์ข้อสงสัยต่อ Mycreditchain

Q = คำถาม   ,   A = คำตอบ

Q : ฉันจะทำเงินจาก Mycreditchain ได้อย่างไร ?

A : เพียงแค่คุณขายข้อมูล Credit Infomation หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่คุณต้องการแก่ Market Network

 

Q : เราสามารถเอาข้อมูลคนอื่นมาขายได้ไหม ?

A : ทาง MCC มีระบบการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก และมีการเปรียบเทียบข้อมูล จาก สถาบันและหน่วยงานต่างๆ ที่มีข้อมูลของบุคคล เพื่อดูความสอดคล้องของข้อมูลของคุณว่าถูกต้องหรือไม่ !!!! อย่าลืมว่า เรามีกระบวนการ KYC

 

Q : ใครซื้อจะ Token หลังจากการเปิดบริการของ MCC ?

A : มีหน่วยงานของภาครัฐ หรือ เอกชน จำนวนมาก ต้องการ ข้อมูลส่วนบุคคล ไปใช้ในด้านโฆษณา , สร้างผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของคุณ คุณไม่ต้องกัลวลว่าจะไม่มีลูกค้า แต่สิ่งที่คุณต้องกังวลคือ คุณจะมีข้อมูลของคุณมากเพียงพอต่อตลาดซื้อ-ขาย หรือไม่  !!

 

Q : คุณคิดว่า MCCจะมีศักยภาพการเติบโตในอนาคต มากน้อยเพียงใด ?

A : เราอาศัยอยู่ในยุคของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลก คนต้องการข้อมูลความน่าเชื่อถือเพื่อการค้าขายในโลกใบนี้  ซึ่ง MyCreditChain ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Marketplace ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลโดยผ่านการ ซื้อ-ขาย อีกทั้ง MCC ยังวางโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ คือ เน้นการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ในระดับโลก  ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ จะทำให้ MyCreditChain token มีมูลค่ามหาศาลตามกลไกตลาด เพราะทุกคนค้นพบว่า ข้อมูลของต้นเองมีคุณค่า ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณอยากทำธุรกิจสักอย่างคุณแค่มีข้อมูลที่มากพอ คุณก็สามารถจำแนกสิ่งต่างๆ และเจาะลึกได้ว่า “ตลาดกำลังขาดแคลนสิ่งใด”

 

Q : คุณมีแผนที่จะดำเนินการ กับ ธนาคาร และ อำนาจเก่า อย่างไร เพื่อให้พวกเขายอมรับแนวคิดของ MCC

A : มันเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกเขา เพราะ ประชาชนสามารถขายข้อมูลในรูปแบบ P2P หรือเลือกทำธุรกรรมต่างๆ แก่ Fintech หน้าใหม่ ได้เอง และเมื่อ Fintech เติบโตขึ้นมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาด แพลตฟอร์มสินเชื่อ P2P เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก  MyCreditChain แค่มีหน้าที่ให้การดำเนินการแก่พวก Fintech เหล่านั้น ยกตัวอย่างง่ายๆ คุณต้องการรับเงินกู้จากธนาคารในประเทศของคุณสำหรับอัตราดอกเบี้ย 10% หรือคุณอยากได้เงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ย 2% จากยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา ?

 

Q : ฉันเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด แต่ฉันสงสัยว่าธนาคารจะให้ความร่วมมือกับ MCC หรือไม่ เพราะธนาคารสูญเสียผลประโยชน์ทางการเงินมหาศาล  ฉันคิดว่าขั้นตอนแรกสำหรับ MCC คือคุณต้องสร้างความร่วมมือกับธนาคารเหล่านั้น

A : คุณรู้หรือไม่ ทาง รัฐบาลเกาหลี ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้กำลังเตรียมการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน “Credit is a Basic Right ” ซึ่งมีข้อกำหนดว่า : ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับสิทธิของแต่ละบุคคลในการตัดสินใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาจะใช้อย่างไรก็ได้ตามใจตัวเอง ธนาคารหรือหน่วยงานอื่นๆ ห้ามนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ก่อนได้รับอนุญาติ ซึ่งนี่แหละคือเป้าหมายของทาง MCC และฉันอยากบอกให้คุณรู้ว่า ทาง MCC มี Partner กับ Bank ใหญ่ในเกาหลีใต้ด้วย

 

Q : ผมคิดว่าCredit Bureau ต้องปฏิเสธที่จะร่วมมือกับ MCC

A : Credit Bureau จะไม่มีอำนาจอีกต่อไปในอนาคต โลกมีการเปลี่ยนแปลง ขั้วอำนาจเก่ากำลังล่มสลายหากมิได้ปรับตัว  ภาครัฐหรือเอกชน สามารถเข้ามาในเครือข่าย MCC และใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสร้างสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ Credit Bureau จะถูกลดอำนาจลง กลายเป็นเพียงหนึ่งในองค์กรที่ให้คะแนนเครดิตแก่บุคคลทั่วไป


เพื่อนๆสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารหรือให้กำลังใจ Mycreditchain ได้ดังลิงค์ต่อไปนี้

WebSite : https://www.mycreditchain.org/

 

Telegram : https://t.me/joinchat/H1gKyQ70W1u4kqpVmZqt_A  (เข้าร่วม Telegram เพื่อรับสิทธิประโยชน์ก่อนใคร)

 

Whitepaper : https://www.mycreditchain.org/paper/20180329_Whitepaper_ENG_v2.0.pdf

 

twitter : https://twitter.com/mycreditchain

 

หมายเหตุ: การลงทุนใน ICO มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน (Do your own research) ซึ่งทางทีมงาน Bitcoin Addict Thailand จะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียทุกกรณี


เขียนโดย adminX และ Crypto Janitor

 

ใส่ความเห็น