[Exclusive] บทสัมภาษณ์กับ Jemma Green ผู้ก่อตั้ง Power Ledger (POWR) บริษัท Startup blockchain ของออสเตรเลีย

0
2129

ช่วง 3 วันที่ผ่านมา ราคาของ Power Ledger ดีดตัวสูงขึ้นอย่างมาก เกิน 60% จากราคา 0.66$ ไปถึง 1.1$ โดยปัจจุบันมีมูลค่า market cap สูงเป็นอันดับที่ 53 แล้ว

Power Ledger บริษัท  startup ของออสเตรเลียเชื่อว่าเทคโนโลยี blockchain สามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นลดทั้งค่าใช้จ่ายของผู้จัดจำหน่าย และต้นทุนของผู้บริโภค

นับตั้งแต่เสร็จสิ้นการเปิดขาย ICO (Initial coin offering) ที่มีมูลค่าถึง 34 ล้านเหรียญออสเตรเลีย บริษัท ได้เข้าร่วมการทดลอง blockchain ที่มีชื่อเสียงระดับสูงหลายโครงการรวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย

Power Ledger มีผู้ร่วมก่อตั้งคือ Dr. Jemma Green นักวิจัยจาก Curtin University ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ก่อนที่จะก่อตั้ง Power Ledger  Dr. Greenทำงานในฐานะนายธนาคารเพื่อการลงทุนที่สาขา JP Morgan ของกรุงลอนดอนในช่วงเวลานั้นเธอยังได้รับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์อีกสองแห่งในด้านความยั่งยืน Dr. Green ยังได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลียตะวันตกเมื่อไม่นานมานี้ Dr. Green ได้พูดคุยกับ CCN เกี่ยวกับความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมพลังงานด้วยเทคโนโลยี blockchain และสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของ ICO แรกของออสเตรเลีย

CCN: Dr. Green คุณมีประวัติที่น่าสนใจอย่างมาก สิ่งใดที่ทำให้คุณต้องละทิ้งอุตสาหกรรมการธนาคารเพื่อการลงทุน และเริ่มพัฒนาการใช้เทคโนโลยี blockchain สำหรับพลังงานทดแทน?

JG: ฉันใช้เวลาครึ่งชีวิตที่ JP Morgan ฉันมองไปรอบ ๆ สำนักงานและเห็นว่าไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการรีไซเคิล ฉันมองเข้าไปในนั้นและพบว่าขยะ 500,000 ปอนด์ต่อปี สามารถลดลงได้จากการแนะนำเรื่องการรีไซเคิล ดังนั้นฉันจึงตั้งคำถามนี้กับ COO ในยุโรปและเขาก็ตอบตกลง สามเดือนต่อมาเราได้เริ่มดำเนินการใช้ถังขยะรีไซเคิลแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากจนได้เห็นคนทิ้งขยะรีไซเคิลในถังขยะปกติ ดังนั้นฉันจึงสร้างเฟสสองไว้ว่า ‘Bin The Bin’ (ยกเลิกการใช้ถังขยะทั่วไป) และฉันก็กลายเป็นคนที่ถูกเกลียดที่สุดในออฟฟิศ มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในใจของฉันที่จุดนั้นและพบว่าพลังงานหมุนเวียนน่าสนใจมากกว่างานในวันของฉันดังนั้นฉันจึงตัดสินใจที่จะศึกษาความยั่งยืน

CCN: Power Ledger ที่ใช้งานบน Blockchain platforms จะมีบทบาทในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างไรบ้าง

JG: แพลตฟอร์ม Blockchain จะช่วยอำนวยความสะดวกในการกระจายพลังงานในอนาคตของเราด้วยผลตอบแทนจากการลงทุนสำหรับแผงเซลล์แสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้มีต้นทุนต่ำ ลดคาร์บอน และยังช่วยให้ระบบการใช้พลังงานในชุมชนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ลูกค้าจะสามารถควบคุมฟังก์ชั่นการทำงาน และเข้าใจถึงโปรไฟล์ด้านพลังงานของพวกเขามากขึ้น

CCN: อะไรคืออุปสรรคใหญ่ที่สุด Power Ledger และ startups พลังงานอื่นๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการกระจายศูนย์ของอุตสาหกรรมพลังงาน

JG: มีข้อบังคับมากมายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมพลังงาน นั่นแหละคืออุปสรรคอย่างนึงเลย ส่วนที่ยากที่สุดคือการหาวิธีทำงานภายใต้กฎกติกาที่เข้มงวด ขณะเดียวกันมันก็เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างมากด้วย และมันก็สามารถพูดได้ว่ามีแรงจูงใจที่จำกัดในตลาดที่ไม่สามารถแข่งขันได้(non-contestable) สำหรับตลาดที่มีหน้าที่พัฒนานวัตกรรมบนแพลตฟอร์ม เช่น Power Ledger

นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องศึกษามากมายที่ต้องเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงทางเลือกของตนเมื่อพูดถึงเรื่องพลังงาน

CCN: คุณประสบความสำเร็จจากการเปิดขาย ICO อย่างมาก โดยเฉพาะคุณเป็น Startup เจ้าแรกของออสเตรเลียเลยที่เริ่ม อะไรคือสิ่งที่ท้าทายมากที่สุด?

JG: มันเป็นเรื่องยากมากๆสำหรับทรัพยากรที่มีจำกัด เราต้องเล่นกลเลยละโดยต้องสามารถทำงานไปด้วย และใช้เวลาอีก 12 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเรื่อง ICO ตอนเริ่มพวกเราทุกคน(รวมถึงตอนนี้ด้วย) ต้องสวมหลายหมวกหรือหลายบทบาทหน้าที่มาก เราต้องมั่นใจได้ว่าใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายของเราได้

มันเป็นเรื่องยากอีกเพราะคุณไม่ต้องการ outsource อะไรทั้งสิ้น ดังนั้นฉันต้องคอยตอบอยู่บน telegram จนถึงตีหนึ่ง และในช่วงพัก และฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องมีส่วนรวมใน community ตลอดช่วง ICO และในขณะที่ต้องหาลูกค้าใหม่ๆ พร้อมกับดำเนินธุรกิจไปด้วย

CCN: มองย้อนกลับไปมีความคิดเห็นใดใน ICO ที่คุณต้องการจะเปลี่ยนแปลงมัน หรือจะแนะนำบริษัท Startup อื่นๆที่จะเปิด token sales ของตัวเองว่าอย่างไรบ้าง

JG: ในช่วง ICO ที่มีความวุ่นวาย หรือความสนใจมากๆ บางครั้งเราทำงานกันไม่ค่อย proactive เท่าไหร่ เช่น ไปเน้นการตอบเฉพาะรายบุคคลมากเกินไป แทนที่จะใช้กลยุทธ์ดีๆที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงสิ่งที่เราจะสื่อมากกว่านี้

นอกจากนี้เรายังมีสมาชิกในทีมที่กระจายอยู่ทั่วโลกซึ่งเป็นจุดที่ดีสำหรับการเข้าถึง แต่ก็นำความท้าทายมาด้วยเช่นกัน ฉันแนะนำ ICO อื่นๆ ควรจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในทั้งด้านสถานที่ และระเบียบวินัย

เมื่อมองย้อนกลับไป มีหลายสิ่งมากที่เปลี่ยนแปลงง่าย แต่ก็นั่นแหละสุดท้ายเราไม่มีทางรู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาแบบไหน

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.