THB/BTC
-6.12 %
305010.50 บาท
THB/ETH
-6.02 %
6520.00 บาท
USD/BNB
-6.78 %
29.27 USD
THB/XRP
-4.08 %
9.65 บาท
THB/OMG
-6.76 %
48.25 บาท
THB/LTC
-9.29 %
2750.28 บาท

[รีวิวICO] มั่นใจปลอดภัยด้วย Wabi

พฤหัสบดี, 16 พฤศจิกายน 201716 พฤศจิกายน
2052

สวัสดีเพื่อนๆชาว Bitcoin addict ทุกคนครับ วันนี้แอดมินณะ จะมารีวิว ICO ที่จะเปิดระดมทุนวันที่ 28 พฤศจิกายน 2017 นี้ ที่มีชื่อว่า Wabi นั้นเอง ครั้งแรกที่ผมเห็น ICO ตัวนี้ก็ประมาณปลายเดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจข้ามๆมันไปเนื่องด้วยมีความคิดที่จะไม่ลง ICO เพิ่มแล้วในเดือนนี้ แต่ไม่รู้อะไรดลใจอยู่ๆก็ไปอ่าน White paper ของ Wabi ซะอย่างงั้น พออ่านแล้วก็เลยสนใจมีไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก็เลยคิดว่าจะเอามารีวิวให้ฟังครับ

ที่มาของโปรเจค

เริ่มมาจากที่ประเทศจีนมีปัญหาในเรื่องของอาหารปลอมระบาดทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกอาหารเด็กอย่างนมผง และเทรนด์ของพ่อแม่ในจีนนิยมที่จะซื้ออาหารเด็กนำเข้ามากกว่าการซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศรวมถึงการซื้อของออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ทำให้มีผู้ผลิตต่างๆผลิตสินค้าลอกเลียนแบบแบรนด์จากต่างประเทศนำไปขายออนไลน์หรือตามร้านค้าปลีก และเนื่องด้วยอาหารเด็กเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากถ้าเป็นของปลอมนั้นจะทำให้ทารกที่กินถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว  และนอกจากอาหารเด็กปลอมแล้วยังรวมไปถึงของอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่ปลอมแปลงขึ้นมาอย่างล้นหลาม แล้วอย่างนี้ ผู้บริโภคอย่างเราๆจะมั่นใจได้ยังไงว่าของที่ตัวเองซื้อมานั้นคือของแท้ ทำให้มีคนกลุ่มหนึ่งเล็งเห็นปัญหานี้และก่อตั้งบริษัท Walimai ขึ้นมาในปี 2014 เพื่อนำเข้าอาหารเด็กและติด RFID label กับผลิตภัณฑ์เพื่อให้พ่อ,แม่ สามารถยืนยันว่าสินค้าที่ซื้อนั้นเป็นของนำเข้าแท้ปลอดภัย

โมเดลธุรกิจ

Walimai เล็งเห็นถึงศักยภาพของ blockchain ที่สามารถนำมาผนวกกับเทคโนโลยีและสินค้าที่ตัวเองมีอยู่จึงทำให้เกิดการระดมทุน Wabi token ขึ้นมาโดย แผนธุรกิจเริ่มจากการนำเข้านมผงจากประเทศชั้นนำที่ผู้บริโภคชาวจีนให้ความไว้วางใจ และติด RFID label เพื่อยืนยันสินค้าว่าป็นของแท้ ซึ่งพ่อแม่สามารถตรวจสอบได้โดยการแตะ RFID label กับsmartphoneของตัวเองเพื่อยืนยันได้ว่าสินค้านั้นเป็นของแท้และสามารถยืนยันได้ว่า ผลิตเมื่อไหร่ ผลิตที่ไหน หลังจากที่ทางบริษัทเริ่มขยายธุรกิจไปสู่ร้านค้าปลีกในจีนประมาณ 1000 ร้านค้า รวมถึงการขายออนไลน์ให้ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับ RFID label ทางบริษัทก็จะต่อยอดด้วยการเริ่มเปิดช่องทางให้กับสินค้าที่นำเข้าในจีนที่สนใจตัว RFID label เพื่อยืนยันว่าสินค้าเป็นของแท้ โดยทาง Walimai มุ่งหวังที่จะเป็นช่องทางการนำเข้าค้าปลีกที่ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจ

ทำไมต้องใช้ Blockchain

พออ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนน่าจะมีคำถามเกิดขึ้นว่าแล้วทำไมต้องใช้ blockchain ในเมื่อก็ทำ labelออกมาแล้วก็ติดไปก็จบไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี blockchain เลยก็ได้นี้

โดยทาง Walimai ได้มีการเริ่มใช้ตัว RFID label กับนมผงนำเข้าแล้วในร้านค้าในจีน3ร้านและมีช่องทางการขายออนไลน์ในเว็บ jd.com ซึ่งได้รับรีวิวในแง่บวกจำนวนมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทาง Walimai ทำ RFID label มีความเป็น dynamic เพื่อให้ยากต่อการปลอมแปลง label โดยต้องมีการแสกนจากผู้บริโภคเมื่อซื้อสินค้าไปแล้วจะทำให้ระบบปลอดภัยมากที่สุด แต่ถ้าผู้บริโภคเริ่มไว้วางใจในสินค้าที่ Walimai นำเข้า ผู้บริโภคก็จะมีความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องแสกนอีกต่อไปซึ่งจะส่งผลต่อความปลอดภัยในตัวของ labelในอนาคต

ทำให้ Walimai อยากจะสร้าง loyalty โปรแกรมบน blockchain โดยเมื่อผู้บริโภคแสกน label เพื่ออัพเดทระบบจะได้รับ Wabi token(คล้ายๆการขุดผ่านการซื้อของเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการแสกน) และทางร้านค้าจะเป็นผู้จ่าย ซึ่ง Wabi toekn จะอยู่ใน loyalty โปรแกรมโดยสามารถนำมาเป็นส่วนลดแทนเงินสดเพื่อซื้อสินค้า,บัตรของขวัญ,แลกเงินสด และการสร้าง loyalty โปรแกรมบน blockchain มีข้อดีหลายอย่างโดยมีประโยชน์อย่างมากในเรื่องของความไว้วางใจ

ตัวอย่าง การสะสมไมล์ของการบินไทยได้จำนวนนึงก็สามารถแลกไฟลต์บินได้ แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเมื่อไมล์ในระบบมีมากเกินไป การบินไทยก็จะเพิ่มจำนวนไมล์ในการแลกตั๋ว แต่ก่อน 10000ไมล์แลกได้ก็เพิ่มไปเป็น 15000 ซึ่ง Wabi token ที่อยู่บน blockchain ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ มีแค่100ล้านเหรียญก็จะมีเท่าเดิมไปตลอดทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงคุณค่าของเหรียญที่ได้สะสม

และข้อดีสำหรับทางร้านค้าที่เข้าร่วม loyalty โปรแกรมก็คือ ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเยอะในการทำ loyalty โปรแกรมทำให้พ่อค้ารายย่อยสามารถทำได้ง่าย และสามารถใช้ได้ในทุกๆผลิตภัณฑ์และทุกๆร้านค้าที่เข้าร่วมกับทาง Walimai (decentralized)

ICO (ERC20)

  • Crowd sale hard cap อยู่ที่ 11.5M USD ราคา Wabi 1 token = 0.25 USD โดยจะแบ่งเป็น capรายบุคคลหารเฉลี่ยตามจำนวน whitelist
  • *Presale hard cap อยู่ที่ 300K USD ราคา Wabi 1 token = 0.03 USD (ส่วนนี้ระดุมทุนไปแล้ว)*
  • จำนวนเหรียญทั้งหมด 100,000,000 เหรียญแบ่งออกตามกราฟวงกลมด้านล่างpie
  • เงินทุนบริษัทจะนำไปใช้ในเรื่องของการตลาด,ว่าจ้างพนักงาน,พัฒนาloyalty โปรแกรม
  • ลง White-list ภายใน 21 พฤศจิกายน 2017 มีการทำ KYC ใช้บัตรประชาชนและเบอร์โทร
  • Token sale เริ่ม 28 พฤศจิกายน 2017 โดยจะมี cap รายบุคคลในวันแรก และจะเพิ่มเป็นสองเท่าสำหรับผู้ที่ลงครบ capในวันที่สองและเพิ่มอีกในวันที่3 ถ้ายังขายไม่หมด วันที่4จะดึงกลับเข้าบริษัท

จุดได้เปรียบ

  1. ทางบริษัทเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี2014และมีสินค้าออกมาและสามารถใช้งานได้จริงๆ และกำลังเริ่มที่จะใช้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์(เห็นว่ามี prototypeแล้ว) สามารถดูการทำงานของ RFID label ได้ตามคลิปวิดีโอ
  2. Hardcap ไม่สูงเมื่อเทียบกับ market cap ในโปรเจคลักษณะคล้ายๆกัน
  3. ได้คะแนนจากแหล่งรีวิวที่น่าเชื่อถืออยู่ในเกณฑ์ดี
  4. Advisor โปรเจคทั้ง4คนถือว่ามีความรู้ความสามารถในด้านที่ธุรกิจของWalimaiต้องการ อย่างเช่น นาย Mark  Zavadskiy ซึ่งเป็น Business development director ของ Aliexpress
  5. เป็นโปรเจคที่โฟกัสในประเทศจีนแต่แบนคนจีนในการเข้าร่วม ICO แอดมินมองว่าน่าจะมีคนจีนที่อยากจะเข้าร่วมICOแต่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ก็จะไปซื้อใน exchange(คิดว่าทางทีมน่าจะติดต่อ exchange ในจีนบ้างแล้ว) ทำให้ราคาอาจจะสูงขึ้นได้ง่าย
  6. ทางทีมงานมีแผนงานชัดเจนตอบคำถามใน Telegramได้ดีมาก
  7. ส่วนแบ่งทางการตลาดในสินค้าที่ต้องการ RFID label มีจำนวนเงินค่อนข้างสูง

จุดพิจารณา

  1. Presale ได้โบนัสเยอะมากแต่ทางทีมงานมีมาตรการรับมือดูรายละเอียดได้ในหัวข้อถามตอบ
  2. ไอเดีย Loyalty โปรแกรมบน blockchainเป็นสิ่งใหม่ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเวิร์คขนาดไหน
  3. ขายไม่หมดไม่เผาเหรียญ (แต่คิดว่าทางบริษัทอยากจะให้จำนวนเหรียญคงที่)

ถาม-ตอบ

Q: ทำไมบริษัทไม่ขาย RFID label ให้กับบริษัทอื่น (B2B) ทำไมถึงมาทำแบบการนำเข้าสินค้าแล้วขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีก(B2C)

A: ทางบริษัทเคยลองทำแล้วเมื่อ2ปีที่แล้วพบว่าไม่เวิร์ค จริงๆก็มีบริษัทหลายๆบริษัทให้ความสนใจเทคโนโลยีนี้แต่ว่าพอมาใช้จริง บริษัทที่ซื้อมองว่ามันเป็นต้นทุน ทำให้ต้องการลดต้นทุนลงก็ไปใช้แบบ QR-CODE  ซึ่งเป็นอะไรที่ปลอมแปลงง่ายมาก สุดท้ายผู้บริโภคก็จะไม่เชื่อใจในตัว QR-CODE อีกต่อไปซึ่งก็ไม่มีประโยชน์ รวมถึงกำไรที่ทาง Walimai จะได้ในการทำธุรกิจแบบ B2C จะสูงกว่าโดยบวกราคาขายไป 20%ในการติด labelนี้ซึ่งผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย ซึ่งส่วนแบ่งกำไรในฝั่งนี้จะมากกว่าการที่ไปขาย label ให้กับบริษัทอื่น

Q: อ่าวงี้ก็ทำทั้ง B2B กับ B2C ควบคู่กันไปเลยสิดูจากเทคโนโลยีของคุณแล้วน่าจะทำได้นะ

A: บริษัทอยากพัฒนาให้เป็นที่ติดตลาดในจีนก่อนที่จะพัฒนาในส่วนอื่น บริษัทมองว่าอยากให้มันอยู่บนความเป็นไปได้ไม่อยากจะเขียนอะไรที่เวอร์วังอลังการลงบน White paper

Q: Presale ได้โบนัสเยอะมากเลย งี้รอบ ICO ก็โดนเทราคาเละเลยสิ

A: จริงๆเราไม่มีทางเลือกเงินทุนรอบPresaleเรานำมาใช้ในการโปรโมต ICO ทำให้ทางเราได้เสนอทางเลือกให้กับนักลงทุนรอบ Presale 2ทาง

  1.  เลือกที่จะขาย Walimart จะรับซื้อคืนในราคาเท่ากับ ICO
  2.  เลือกที่จะถือ Token จะถูกล็อกโดยสามารถเลือกได้สองทางล็อค3เดือนจะได้โบนัส5% ล็อค6เดือนจะได้โบนัส10%

Q: แล้วเหรียญมันมีคุณค่ายังไงทำไมราคาถึงจะขึ้น

A: เหรียญเป็นส่วนนึงในระบบ eco-systemของเรา ซึ่งทางฝั่งพ่อค้าก็ต้องการเหรียญเพื่อจัด loyalty โปรแกรม เช่น การชวนเพื่อมาซื้อสินค้าของเราก็จะได้รับ 5 Wabi อะไรประมาณนี้รวมถึงการจ่าย Wabi ให้กับลูกค้าที่แสกนสินค้าที่ซื้อไป ทางฝั่งลูกค้าก็สามารถใช้ Wabi ซื้อบัตรกำนัลต่างๆ หรือใช้แทนเงินสดส่วนลดได้

Q: แล้วทำไมไม่ทำเหรียญไว้ใช้ซื้อของไปเลยล่ะ

A: กฎหมายในหลายๆประเทศไม่รับชำระเงินด้วยเหรียญเหล่านี้โดยเฉพาะในจีน ทำให้นี้เป็นทางออกที่ดีที่สุสำหรับเรา และการจะทำให้เหรียญเป็นที่ยอมรับในวงกว้างในฐานะของเงินยากกว่าการที่ทำให้ยอมรับในฐานะของการสะสมแต้ม

สรุป

ในความคิดของแอดมินคิดว่าเป็นโปรเจคที่ดี จับต้องได้ไม่หวือหวาไม่ได้วาดฝันเอาไว้สวยหรู แต่มีความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยี blockchainมาใช้ แต่อาจจะยังไม่เต็มประสิทธิภาพแต่ทางทีมงานก็ให้สัมภาษณ์ไว้แล้วว่ามันยังทำอะไรได้อีกเยอะในส่วนของ loyalty โปรแกรมบน blockchain ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไงแต่คิดว่าการ นำ RFID label มารวมเข้ากับ loyalty โปรแกรมแล้วนั้นมีความน่าสนใจเลยทีเดียวครับ ยังไงก็ลองศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนการลงทุน บทความนี้เป็นเพียงแหล่งข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจเท่านั้นครับ

ลิงค์ไปทำ White-list  เบอร์โทรให้เลือก +66แทนไม่ต้องพิมมพ์0นะครับ(ใช้ ERC20 wallet ที่มี private key เช่น MEW ,Metamask อย่าใช้ wallet บน exchange เด็ดขาด)

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งหาความรู้และข้อมูล เกี่ยวกับ ICO และ Crypto
จันทร์, 16 เมษายน 2018
สัมภาษณ์แบบเปิดใจ กับคุณแบม เจ้าของ ZMINE เหมืองขุดเหรียญด้วยการ์ดจอ ที่เน้นการสร้างเทคโนโลยี รายใหญ่ของไทย
อังคาร, 10 เมษายน 2018
ZMINE เปิดตัวโมเดลธุรกิลเช่าการ์ดจอขุด (Mining) เหรียญดิจิทัล เล็งขาย ICO มูลค่า 150 ล้านบาท หวังนำเงินขยายธุรกิจ
อังคาร, 24 เมษายน 2018
[ฟรี] คอร์สเรียนออนไลน์ Blockchain & Cryptocurrency + หนังสือเรียน eBook
พฤหัสบดี, 31 พฤษภาคม 2018